ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )

                 

 

เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล
การที่พยานเบิกความว่าเห็นจำเลยกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ ต่อมาศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ การที่จำเลยนำเหตุที่ศาลยกฟ้องนั้นมาฟ้องพยานที่เบิกความต่อศาลฐานเบิกความอันเป็นเท็จโดยไม่มีพยานมาสืบสนับสนุนไม่ได้

                        คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4162/2548

จำเลยทั้งสองเคยให้การและเบิกความว่าโจทก์ทั้งสองกระทำผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองจึงฟ้องว่าจำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา และเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา แต่ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบไม่มีเหตุผลที่จะชี้ให้เห็นเจตนาอันไม่สุจริตของจำเลยทั้งสองว่านำเอาความเท็จซึ่งควรรู้อยู่แล้วมาแกล้งกล่าวหาโจทก์ทั้งสอง ข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองเห็นว่าโจทก์เป็นคนร้ายหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติระหว่างคู่ความในคดีปล้นทรัพย์เท่านั้น จะนำมาฟังในคดีนี้ว่าการให้การชั้นสอบสวนและเบิกความในชั้นศาลเป็นการแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จ โดยโจทก์ไม่มีพยานมาสืบว่าความจริงเป็นดังฟ้องอย่างใดหาได้ไม่

โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม 2539 ถึงวันที่ 10 มกราคม 2540 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยทั้งสองนำข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีแก่โจทก์ทั้งสองและพนักงานอัยการได้ฟ้องโจทก์ทั้งสองต่อศาล ทำให้โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย และต่อมาวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2540 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองเบิกความอันเป็นเท็จในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 695/2540 ของศาลชั้นต้นซึ่งพนักงานอัยการฟ้องโจทก์ทั้งสองกับพวกรวม 3 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยจำเลยทั้งสองนำข้อความอันเป็นเท็จเช่นเดียวกับที่แจ้งต่อพนักงานสอบสวนไปเบิกความต่อศาล ข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าวเป็นข้อสำคัญในคดี เพราะอาจเป็นเหตุให้ศาลเชื่อว่าโจทก์ทั้งสองเป็นคนร้ายจริง แม้คดีดังกล่าวศาลจะพิพากษายกฟ้องโดยไม่เชื่อว่าโจทก์ทั้งสองเป็นคนร้าย แต่การกระทำของจำเลยทั้งสองได้ทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองแล้ว เหตุเกิดที่ตำบลหัวไทร อำเภอหัวไทร และอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 83, 91, 172, 177, 181

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
          จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 83, 172, 177 วรรคท้าย, 181 (1) (ที่ถูกมาตรา 177 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 (1) แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 181 (1)) เรียงกระทงลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 91 ฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา จำคุกคนละ 1 ปี ฐานเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีอาญา จำคุกคนละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 3 ปี

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน
         จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

         ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จหรือไม่ เห็นว่า มูลเหตุที่โจทก์ทั้งสองฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ก็โดยอาศัยข้อเท็จจริงจากถ้อยคำของจำเลยทั้งสองที่แจ้งต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความต่อศาลว่า จำเลยที่ 1 เห็นโจทก์ทั้งสองกับพวกลักโคของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เห็นโจทก์ทั้งสองกับพวกมาเอาโคของจำเลยที่ 1 ไป แต่ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยทั้งสองเห็นคนร้ายที่ลักโคของจำเลยที่ 1 จึงพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองมีร้อยตำรวจเอกอนันต์เบิกความเป็นพยานว่า ได้ไปดูที่เกิดเหตุและเบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสองถามค้านว่า จุดที่จำเลยที่ 1 อ้างว่ายืนดูและมองเห็นคนร้ายสามารถมองเห็นคอกโคได้แต่ไม่ชัดเจน ในคอกมีดวงไฟขนาด 100 แรงเทียนติดอยู่ คอกโคไม่กว้าง ร้อยตำรวจเอกศิริชัยเบิกความเป็นพยานโจทก์ทั้งสองว่า ได้ไปดูที่เกิดเหตุ ห้องน้ำบ้านจำเลยที่ 1 อยู่ติดกับคอกโค ห้องน้ำมีช่องระบายอากาศ หากมองจากภายในห้องน้ำผ่านช่องระบายอากาศสามารถมองเห็นคอกโคได้ ซึ่งเมื่อพิจารณาตามภาพถ่ายแล้วเห็นว่า ห้องน้ำอยู่ห่างคอกโค 1 เมตรเศษ คอกโคอยู่ต่ำกว่าพื้นห้องน้ำ 1 เมตรเศษ ช่องระบายอากาศด้านซ้ายมือของจำเลยที่ 1 ตามภาพถ่ายคือช่องระบายอากาศด้านที่อยู่ติดกับคอกโค ช่องระบายอากาศดังกล่าวอยู่สูงจากพื้นห้องน้ำ 1 เมตรเศษ เชื่อว่า หากมองจากภายในห้องน้ำผ่านช่องระบายอากาศดังกล่าวน่าจะมองเห็นภายในคอกโคได้ ส่วนจำเลยที่ 2 นั้น โจทก์ทั้งสองเบิกความเป็นพยานว่า จำเลยที่ 2 ได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนและเบิกความเป็นพยานต่อศาลว่า ขณะจำเลยที่ 2 ขับรถยนต์อยู่บนถนนสายท่าซอม เพื่อไปตลาดนัดพบโจทก์ทั้งสองกับพวกจูงโค 3 ตัว อยู่ริมถนน ตามบันทึกคำให้การของพยานและสำเนาคำให้การพยานโจทก์ ข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองนำสืบดังกล่าวไม่มีเหตุผลที่จะชี้ให้เห็นเจตนาอันไม่สุจริตของจำเลยทั้งสองว่านำเอาความเท็จซึ่งควรรู้อยู่แล้วมาแกล้งกล่าวหาโจทก์ทั้งสอง ข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองเห็นว่าโจทก์ทั้งสองกับพวกเป็นคนร้ายหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ยุติระหว่างโจทก์และจำเลยทั้งสามในคดีปล้นทรัพย์เท่านั้น จะนำมาฟังในคดีนี้ว่าการที่จำเลยทั้งสองให้การในชั้นสอบสวนกับเบิกความในชั้นพิจารณาของศาลตรงข้ามกับข้อเท็จจริงดังกล่าวเป็นการแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จหาได้ไม่ เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาสืบว่าความจริงเป็นดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จและเบิกความเท็จ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย
                   พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.

ประมวลกฎหมายอาญา
      มาตรา 172 ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานผู้มี อำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่พันบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

      มาตรา 177 ผู้ใดเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ถ้าความเท็จนั้นเป็นข้อสำคัญในคดี ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
      ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกิน หนึ่งหมื่นสี่พันบาท

มาตรา 181 ถ้าการกระทำความผิดตาม มาตรา 174 มาตรา 175 มาตรา 177 มาตรา 178 หรือ มาตรา 180
(1) เป็นการกระทำในกรณีแห่งข้อหาว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่มี ระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
(2) เป็นการกระทำในกรณีแห่งข้อหาว่า ผู้ใดกระทำความผิดที่มี ระวางโทษถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต ผู้กระทำต้องระวาง โทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึง สามหมื่นบาท
_________________________________
ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  พงษ์ศิริสุวรรณ  โทร. 0859604258  *  
www.lawyerleenont.com   *   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 

 

ความผิดฐานเบิกความเท็จต้องเป็นข้อสำคัญในคดี
ความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น ต้องเบิกความต่อศาลในการพิจารณาคดีและต้องเป็นข้อสำคัญในคดีจึงจะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ คือมีผลทำให้แพ้ชนะคดีกันได้โดยอาศัยคำเบิกความอันเป็นเท็จเท่านั้น แต่ในคดีก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางทุเรียนผู้เป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวชนะคดีโดยอาศัยพยานเอกสารในคดีเป็นสำคัญ โดยมิได้นำคำเบิกความของจำเลยมาเป็นข้อวินิจฉัยให้มีผลเป็นการแพ้ชนะกัน ข้อความที่จำเลยเบิกความดังกล่าวจึงไม่ใช้ข้อความสำคัญในคดีไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานเบิกความเท็จได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  558/2548 (อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่)

 




เกี่ยวกับคดีอาญา

ความผิดตามมาตรา 149 บทเฉพาะและมาตรา 157 บททั่วไป
พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
งดเว้นไม่ให้ความช่วยเหลือเล็งเห็นผลว่าอาจถึงแก่ความตายเป็นพยายามฆ่า
ความผิดอันยอมความได้ | คดีหมิ่นประมาท | ร้องทุกข์ภายในสามเดือน
ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ
หมิ่นประมาทกับดูหมิ่นซึ่งหน้า-ความผิดอาญามีโทษหนักเบาแตกต่างกัน
พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย
ลักทรัพย์นายจ้าง ปลอมเอกสารสิทธิ การกระทำกรรมเดียว
ศาลยุติธรรมย่อมไม่มีอำนาจเหนือศาลทหาร
ล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดาผู้ปกครอง
บันดาลโทสะหรือพยายามฆ่า
พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
การกระทำโดยพลาด | พยายามฆ่า
ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
รอการลงโทษ,ให้การรับสารภาพ
เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
การกระทำชำเราที่ไม่ต้องรับโทษ
พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร,เต็มใจไปด้วย
คำร้องทุกข์ | อำนาจพนักงานสอบสวน
ขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบ-มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด
ความผิดฐานบุกรุกเข้าไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร
พาไปเพื่อการอนาจาร -บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี
ความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน
รอการกำหนดโทษ | รอการลงโทษ | พรบ.ล้างมลทิน
เบิกความอันเป็นเท็จในศาล
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
บันดาลโทสะเพราะเหตุยั่วยุให้โมโห
หมิ่นประมาท | เข้าใจโดยสุจริต
ความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้
เป็นอันตรายแก่จิตใจ - ใช้ยาสลบใส่กาแฟ
พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร | รับส่งเด็กนักเรียน
บันดาลโทสะต้องถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
หมิ่นประมาท | หนังสือพิมพ์ลงพิมพ์โฆษณา
วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนต้องห้ามฎีกา
บิดาบันดาลโทสะ | ผู้เสียหายด่าจำเลย(บิดา)หยาบคาย
ความผิดนอกราชอาณาจักร, เจตนาประสงค์ต่อผลหรือย่อมจะเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร
การริบทรัพย์สิน | ใช้ในการกระทำความผิด
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป
คำว่า-วิชาชีพ-ในคดีอาญา
หลบหนีไปจากความควบคุมตามอำนาจของพนักงานสอบสวน
พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำคุกตลอดชีวิต
สเปรย์พริกไทยไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ
กระทำอนาจารต่อศิษย์นอกเวลาเรียน
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ยังคงเป็นป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้
ลงลายมือชื่อรับรองคนต่างด้าว 7 คน
ผู้สนับสนุนให้จำเลยกระทำความผิด
ทวงหนี้ลักษณะข่มขู่ว่าไม่จ่ายจะเดือดร้อนจำคุก 3 ปี
การทำนากุ้งไม่ใช่การประกอบอาชีพกสิกรรม
ลักทรัพย์นายจ้าง, ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
การจับกุมมิชอบกับการฟ้องคดีอาญา
รวบรวมฎีกาเรื่องเบิกความเท็จ
คำขอในส่วนแพ่งเนื่องความผิดอาญา
อ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้
ทำร้ายร่างกายกับการป้องกันตัว
พรากเด็กต่ำ15 ปี ไปเพื่อการอนาจารจำคุก 5 ปี
ซื้อเสียงเลือกตั้งไม่รอลงอาญา
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงริบ
การเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐานลักทรัพย์