ReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์

สำนักงานทนายความ

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )

 

ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์ 

ทำสัญญาซื้อขายที่ดินตกลงกันว่าให้ใช้ถนนเข้าออกสู่ถนนสาธารณะได้ แต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็หาทำให้นิติกรรมหรือสัญญาที่ตกลงกันเป็นโมฆะไม่ แต่ยังมีผลผูกพันใช้บังคับกันได้ระหว่างคู่สัญญา เพราะก่อให้เกิดบุคคลสิทธิ์ขึ้นแล้ว เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่ดินของแปลงของผู้ขายย่อมตกอยู่ภายใต้ภาระจำยอมของที่ดินแปลงของผู้ซื้อ ภาระจำยอมจะสิ้นไปด้วยเหตุตามกฎหมายคือภารยทรัพย์หรือสามยทรัพย์สลายไปทั้งหมด หรือไม่ได้ใช้ภาระจำยอมเป็นเวลา 10 ปี การที่คู่สัญญาตกลงกันเป็นอย่างอื่นนอกจากนี้จึงไม่ใช่เหตุตามกฎหมายที่จะทำให้ภาระจำยอมสิ้นไป

      

  ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์

การใช้ทางแบบปรปักษ์เพื่อให้ได้ภาระจำยอมจะต้องใช้ทางโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาให้เป็นทางภาระจำยอม แต่การอยู่ร่วมกันของคนในชนบทจะใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นทางผ่านโดยถือวิสาสะ โดยเจ้าของไม่หวงกันเป็นการเอื้ออาทรต่อกัน ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการปรปักษ์ แม้จะได้ใช้นานกว่า 10 ปีก็ไม่ตกเป็นภาระจำยอม

การอยู่ร่วมกันของคนในชนบทตามปกติจะใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นทางผ่านได้โดยถือวิสาสะ อันเป็นการเอื้อเฟื้ออาทรต่อกัน การใช้ทางพิพาทของโจทก์ในลักษณะเช่นว่านี้ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทในลักษณะปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แม้จะใช้นานกว่า 10 ปี ทางพิพาทก็ไม่ตกเป็นภาระจำยอมแก่โจทก์โดยอายุความตามมาตรา 1401

               ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

               มาตรา 1382  บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบ และโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบ ครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกัน เป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์


               มาตรา  1401     ภารจำยอมอาจได้มาโดยอายุความ ท่านให้นำบทบัญญัติ ว่าด้วยอายุความได้สิทธิอันกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                                               คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1563/2550


การได้ภาระจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิดังกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพ 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลมกล่าวคือจะต้องเป็นกรณีที่เจ้าของสามยทรัพย์ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินภารยทรัพย์นั้นโดยความสงบและโดยเปิดเผยและด้วยเจตนาจะได้สิทธิภาระจำยอมในที่ดินดังกล่าวตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบด้วยมาตรา 1382 แต่การอยู่ร่วมกันของคนในชนบทตามปกติแล้วจะใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นทางผ่านได้โดยถือวิสาสะ อันเป็นการเอื้อเฟื้อเอื้ออาทรต่อกันของคนในสังคม การใช้ทางพิพาทของโจทก์ก็เข้าอยู่ในลักษณะเช่นว่านี้ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทในลักษณะปรปักษ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แม้โจทก์จะใช้ทางพิพาทผ่านที่ดินของจำเลยนานกว่า 10 ปี ทางพิพาทก็ไม่ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์โดยอายุความตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้พิพากษาว่า ทางพิพาทตามรูปแผนที่ท้ายฟ้องตกเป็นทางภาระจำยอม ให้จำเลยซ่อมแซมคันดินพิพาทให้อยู่ในสภาพเดิมหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการแล้วให้จำเลยออกค่าใช้จ่าย

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ทางพิพาทตามเส้นสีฟ้าในแฟนที่วิวาทหมาย จ.1 ซึ่งอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5414 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้นนา จังหวัดนครนายกของจำเลย ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 11305 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้นนา จังหวัดนครนายก ของโจทก์ ให้จำเลยซ่อมแซมทางพิพาทที่จำเลยขุดออกให้ทางมีความกว้าง 80 เซนติเมตร ตามสภาพเดิมตลอดทาง ตั้งแต่ทางสาธารณะไปจนถึงที่ดินโจทก์ หากจำเลยไม่ดำเนินการก็ให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย
                                          จำเลยอุทธรณ์
                      ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
                                             โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 11305 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก โดยซื้อมาตั้งแต่ปี 2513 ส่วนจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิที่ดินโฉนดเลขที่ 5414 ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก โดยซื้อมาตั้งแต่ปี 2534 ที่ดินของโจทก์และที่ดินของจำเลยอยู่ติดต่อกันโจทก์ใช้ทางพิพาทซื่งเป็นคันนาแบ่งเขตที่ดินของจำเลยกับที่ดินของนายทองคำ ธรรมปัญญา เป็นทางเข้าออกสู่ถนนสาธารณะตลอดมา ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า ทางพิพาทตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์โดยอายุความหรือไม่ โจทก์และจำเลยนำสืบรับกันว่า ตามปกติประเพณีของท้องถิ่นสามารถใช้นาเป็นทางเดินได้ทั่วถึงกันโดยไม่มีการหวงห้ามเห็นว่า การได้ภาระจำยอมโดยอายุความนั้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยอายุความได้สิทธิดังกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพ 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม กล่าวคือจะต้องเป็นกรณีที่เจ้าของสามยทรัพย์ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินภารยทรัพย์นั้นโดยความสงบและโดยเปิดเผย และด้วยเจตนาจะได้สิทธิภาระจำยอมในที่ดินดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 ประกอบด้วยมาตรา 1382 แต่จากข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยนำสืบรับกันดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การอยู่ร่วมกันของคนในชนบทตามปกติแล้วจะใช้ที่ดินข้างเคียวงเป็นทางผ่านได้โดยถือวิสาสะ อันเป็นการเอื้อเฟื้อเอื้ออาทร ต่อกันของคนในสังคม การใช้ทางพิพาทของโจทก์ก็เข้าอยู่ในลักษณะเช่นว่านี้ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ใช้ทางพิพาทในลักษณะปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แม้โจทก์จะใช้ทางพิพาทผ่านที่ดินของจำเลยนานกว่า 10 ปี ทางพิพาทก็ไม่ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์โดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มรตรา 1401 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกฟ้องจึงชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
                                           พิพากษายืน
(เรวัตร อิศราภรณ์ - ประทีป เฉลิมภัทรกุล - วีระชาติ เอี่ยมประไพ)

หมายเหตุ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1563/2550


คำพิพากษาศาลฎีกาที่หมายเหตุนี้ ตัดสินแตกต่างไปจากคำพิพากษาศาลฎีกาเดิม เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2485
          คันนาซึ่งผู้อื่นเดินผ่านมานานกว่า 10 ปี ย่อมเกิดเป็นภารจำยอมขึ้น. ภารจำยอมย่อมเกี่ยวเนื่องกับที่ดิน มิใช่เป็นการส่วนตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของ.

          เมื่อคำพิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยไว้แตกต่างกัน ย่อมมีคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับหนึ่งถูกต้องด้วยหลักกฎหมายและความเป็นธรรม อีกฉบับหนึ่งย่อมคลาดเคลื่อนไป จึงต้องค้นหาเหตุผลว่าคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับใดถูกต้อง
         ที่ดินในประเทศไทยส่วนใหญ่จะไม่ติดทางสาธารณะ ในการเดินทางเข้าออกสู่ทางศาธารณะจึงจำเป็นต้องอาศัยที่ดินของบุคคลอื่นเช่นเดียวกับชาวนา ในการเดินเข้าออกที่นาจะเดินไปตามคันนาซึ่งอยู่ในที่ดินของบุคคลอื่นเป็นการดำเนินวิถีชีวิตของบุคคลในท้องถิ่นและของชาวนาไทย ถือเป็นจารีตประเพณีที่ดีงามอย่างหนึ่งของคนไทย

การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ซึ่งเป็นชาวนาใช้คันนาเป็นทางเดินแม้จะไม่มีคนหวงห้ามและใช้นานเพียงใดก็ไม่ได้ภาระจำยอมโดยอายุความ ย่อมทำให้เกิดปัญหาในการดำรงชีวิตตามวิถีชาวนาและประเพณีท้องถิ่น การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินขุดคันนาออกไปครึ่งหนึ่งซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ในโฉนดที่ดินตของตน ถ้าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ หากเจ้าของคันนาอีกฝั่งหนึ่งก็มีการขุดเช่นกัน โจทก์จะเดินไปทำนาอย่าวไร เช่น ที่ดินที่โจทก์เดินผ่านทำนามาตลอดชีวิตถูกขายให้สร้างโรงงานหรือบ้านจัดสรรทำให้โจทก์ไม่สามารพเข้าออกทำนาได้ ผลที่ตามมาก็คือโจทก์ต้องยอมขายที่นาในราคาถูก ๆ ให้แก่นายทุน หรือไม่ก็เลิกทำนาไปประกอบอาชีพอื่นปล่อยที่นาให้เป็นที่รกร้างไป ดังนั้น หากวินิจฉัยตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับที่ หมายเหตุ จะทำให้วิถีชีวิตของชาวนาเปลี่ยนไป จะถูกกระทบกระเทือนในการประกอบอาชีพ จึงไม่น่าจะชอบ

นอกจากจะมีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 335/2485 แล้วยังมีคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับอื่นที่น่าสนใจอีกเช่น   คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1155/2479

เจ้าของหัวคันมาปล่อยให้ผู้ทำนาใช้หัวคันนาเป็นประโยชน์ในการทำนามาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วหัวคันนาย่อมตกอยู่ในภาระจำยอมตาม ม.1387 ปกครองต้นตาลแลที่ดินที่ปลูกต้นตาลมาเป็นเวลากว่า 10 ปีย่อมได้กรรมสิทธิตาม ม.1382 ยกให้ เจตนา พฤตติการณ์ที่ฟังว่าบิดายกต้นตาลให้บุตรถือว่ายกกรรมสิทธิในที่ดินที่ปลูกต้นตาลให้ด้วย

คดีได้ความว่าเดิมนาแลต้นตาลซึ่งปลูกอยู่บนคันนาในที่รายพิพาทนี้เป็นของ ม.ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของสามีโจทก์แลจำเลย ม.ได้ยกต้นตาลให้แก่สามีโจทก์ซึ่งเป็นบุตร์ขาย แลยกนาให้แก่ฝ่ายจำเลยต่างก็เข้าทำในสิ่งที่ตนได้รับมา 30-40 ปีแล้วเมื่อ 10 ปีมาแล้วจำเลยลงชื่อในโฉนดเป็นเจ้าของที่ดินรายนี้ทั้งหมด

ศาลฎีกาเห็นว่าการที่บิดามารดายกทรัพย์ให้บุตร์นั้น เห็นได้ว่าเป็นการยกให้เป็นกรรมสิทธิเด็ดขาด ไม่ใช่ให้เก็บกินชั่วครั้งคราว ต้องถือว่าได้ยกให้ตลอดถึงกรรมสิทธิในที่ดินส่วนที่ปลูกต้นตาลด้วย สามีโจทก์ได้ครอบครองมากว่า 10 ปีแล้วย่อมได้กรรมสิทธิในต้นตาลแลที่ดินที่ปลูกต้นตาลตามประมวลแพ่งฯ ม.1382 แต่เห็นว่าที่ดินที่ปลูต้นตาลนี้เป็นหัวคันนา ฝ่ายจำเลยได้ใช้หัวคันนาเป็นประโยชน์ในการทำนามาหลายสิบปีแล้ว หัวคันนานี้ย่อมตกอยู่ในภาระจำยอมตาม ม.1387 จะห้ามจำเลยโดยเด็ดขาดมิให้เกี่ยวข้องแก่ที่ดินที่เป็นหัวคันนานั้นมิชอบ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในข้อที่ห้ามมิให้จำเลยเกี่ยวข้อแก่ที่ดินปลูกต้นตาลว่าให้ห้ามโดยไม่ให้เสื่อมเสียสิทธิแห่งภาระจำยอมของจำเลย

( อรรถกฤต - มนธา - พลางกูร )

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1648/2505

                                 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1391  เจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อ รักษาและใช้ภารจำยอม แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเองในการนี้เจ้าของ สามยทรัพย์จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภารยทรัพย์ได้ก็แต่น้อยที่สุดตาม พฤติการณ์

เจ้าของสามยทรัพย์ต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเองรักษาซ่อมแซมการที่ได้ ทำไปแล้วให้เป็นไปด้วยดี แต่ถ้าเจ้าของภารยทรัพย์ได้รับประโยชน์ด้วยไซร้ ท่านว่าต้องออกค่าใช้จ่ายตามส่วนแห่งประโยชน์ที่ได้รับ
            มาตรา 1401     ภารจำยอมอาจได้มาโดยอายุความ ท่านให้นำบทบัญญัติ ว่าด้วยอายุความได้สิทธิอันกล่าวไว้ในลักษณะ 3 แห่งบรรพนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม

                                ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
         มาตรา 145   ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่า ด้วยการอุทธรณ์ฎีกาและการพิจารณาใหม่ คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมี คำสั่งนับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งจนถึงวันที่คำพิพากษาหรือ คำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี

ถึงแม้ศาลจะได้กล่าวไว้โดยทั่วไปว่าให้ใช้คำพิพากษาบังคับแก่ บุคคลภายนอก ซึ่งมิได้เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาล ด้วยก็ดี คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นย่อมไม่ผูกพันบุคคลภายนอก เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 142(1) มาตรา 245 และ มาตรา 274 และในข้อต่อไปนี้
(1) คำพิพากษาเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคล หรือคำพิพากษาสั่งให้เลิกนิติบุคคล หรือคำสั่งเรื่องล้มละลายเหล่านี้ บุคคลภายนอกจะยกขึ้นอ้างอิง หรือจะใช้ยันแก่บุคคลภายนอกก็ได้
(2) คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า

คำพิพากษาที่ให้บุคคลหนึ่งเปิดทางภาระจำยอมผ่านที่ดินนั้น ย่อมไม่ผูกพัน เจ้าของที่ดินข้างเคียงคนอื่นซึ่งเป็นบุคคลภายนอก แม้ขณะทำแผนที่พิพาทจะปรากฎเส้นทางภาระจำยอมผ่านที่ดินของบุคคลนั้น และบุคคลนั้นได้มาอยู่รู้เห็นในการทำแผนที่พิพาทอยู่ด้วยก็ตาม

ผู้ที่ได้ทางภาระจำยอมมาโดยอายุความแล้วนั้น ย่อมมีสิทธิขุดโค่นหัวคันนาซึ่งอยู่ในเส้นทางอันเป็นภาระจำยอมนั้นได้เท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมนั้น โดยไม่จำเป็นต้องให้มีคำพิพากษาว่าที่ดินนั้นตกเป็นภาระจำยอมเสียก่อน

โจทก์ฟ้องว่า เป็นเจ้าของที่นาโฉนด 1157 เมื่อ 6 มิถุนายน 2503 จำเลยกับพวกบุกรุกเข้าขุดโค่นหัวคันนาหลายอัน ทำทางกว้างประมาณ 6 ศอกผ่านที่นา ห้ามก็ไม่เชื่อ เป็นเหตุให้โจทก์ทำนาไม่ได้ เสียหาย 2,000 บาท ขอศาลห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องที่ดินโจทก์และใช้ค่าเสียหาย

จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นทางภาระจำยอมที่จำเลยกับนายทำสามีจำเลยได้สิทธิเดินผ่านมาประมาณ 20 ปีเศษแล้ว และศาลพิพากษาถึงที่สุดให้นายทำได้ภาระจำยอม ปรากฏตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดอุทัยธานี คดีแพ่งแดงที่ 75/2502 ระหว่างนายทำ โจทก์ นายเหลือง จำเลย โจทก์เป็นภริยานายเหลือง มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ร่วมกัน นายทำสั่งให้คนอื่นไปทำลายคันนา ส่วนจำเลยเพียงแต่ไปดูแลความเรียบร้อยเท่านั้น แม้จำเลยจะทำลายคันนา ก็เพื่อจำเลยกับสามีจะได้ใช้เส้นทางเดินไปทำนาอันเป็นอาชีพของจำเลย ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

ทางพิจารณาได้ความว่า คดีแพ่งแดงที่ 75/2502 นั้น ถึงที่สุดแล้ว โดยศาลพิพากษาให้นายเหลืองและบริวารเปิดเส้นทางภาระจำยอมกว้าง 6 ศอก ตลอดที่นานายเหลืองตามเส้นสีน้ำเงินประดู่และเส้นสีน้ำเงินประดู่สีเหลือง แต่ปรากฎว่าตามแผนที่พิพาทซึ่งศาลบังคับนายเหลืองนี้ ทางบางส่วนอยู่ในที่ดินโฉนดมีชื่อนางตลับโจทก์คดีนี้กับบุตรสาว หัวคันนาที่ขุดนี้อยู่ในที่ดินของนางตลับ ซึ่งตามแผนที่พิพาทว่าเป็นทางภาระจำยอมด้วย นางตลับจึงฟ้องจำเลยในคดีนี้

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีแพ่งแดงที่ 75/2502 ได้เปิดทางภาระจำยอมทอดไปในที่ดิน นางตลับซึ่งเป็นภริยาและนางลูกจันทร์บุตรนายเหลืองด้วย เพราะคำฟ้องคดีนั้นระบุทางภาระจำยอมตลอดที่ดินนายเหลืองจำเลยติดต่อกันไปจากบ้านไปสู่นาของนายทำโจทก์ไม่มีเว้นระยะ ขณะทำแผนที่พิพาท นางตลับและนางลูกจันทร์ ก็อยู่รู้เห็นว่านายทำชี้เส้นทางภาระจำยอมผ่านที่ของตน แต่ก็ไม่ได้ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับนาเหลืองสามี การที่มาฟ้องคดีนี้จึงมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ คำพิพากษาคดีก่อนจึงผูกพันว่ามีเส้นทางภาระจำยอมอยู่ในที่ดินที่มีชื่อนางตลับโจทก์เป็นเจ้าของด้วย การกระทำของจำเลยย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชยื มาตรา 1391 พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ในการทำแผนที่พิพาท โจทก์ทราบก็ไม่ดำเนินทางคดีอย่างไรแสดงว่ามิได้ขัดขวางสิทธิภาระจำยอมของจำเลย ครอบครัวจำเลยใช้เส้นทางพิพาทผ่านที่ดินโจทก์ด้วยมากว่า 20 ปี จึงได้ทางภาระจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401 โจทก์ปิดเส้นทางนี้ไม่ได้ จำเลยทำลายคันนาทำทางกว้าง 6 ศอก เป็นการทำไปเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอม และก่อให้เสียหายน้อยที่สุดอันเป็นสิทธิของจำเลย โจทก์เรียกค่าเสียหายไม่ได้ พิพากษายืน

โจทก์ฎีกาว่า ตราบใดยังไม่มีคำพิพากษาให้ที่ดินของโจทก์ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินจำเลยแล้ว จำเลยก็ไม่ชอบที่จะอ้างความคุ้มครองใด ๆ ในการทำอันเป็นละเมิดได้ ศาลอุทธรณ์จะรับฟังข้อนำสืบมาวินิจฉัยมีความเห็นเอาเองว่าที่ดินโจทก์ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินของจำเลยก็ไม่ได้

ศาลฎีกาเห็นว่า คดีแพ่งแดงที่ 75/2502 ซึ่งนายทำฟ้องนายเหลืองขอให้เปิดทางภาระจำยอมนั้น เป็นที่ดินคนละแปลงกับที่ดินของโจทก์ในคดีนี้ คำที่พิพากษาในคดีนั้นจึงไม่ผูกมัดโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก

แต่เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทตกอยู่ในภาระจำยอม ประเด็นในเรื่องที่พิพาทตกเป็นภาระจำยอมหรือไม่ โจทก์จำเลยมีโอกาสนำสืบพิสูจน์ได้ ซึ่งจำเลยก็นำสืบได้ว่าที่ดินพิพาทตามโฉนดของโจทก์นั้น ตกอยู่ในภาระจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 14701 ประกอบมาตรา 1387 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในภาระจำยอม นายทำสามีจำเลยจำเลยและจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของสามยทรัพย์ก็มีสิทธิทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1391 ฉะนั้น การที่จำเลยขุดโค่นหัวคันนาของโจทก์ซึ่งอยู่ในเส้นทางอันเป็นภาระจำยอมนั้นจำเลยกับสามีจำเลยจะได้ใช้เส้นทางเดินไปทำนาของจำเลย และได้ทำไปเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมนั้น ย่อมได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1391 โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพิพากษาให้ที่ดินของโจทก์ตกเป็นภาระจำยอมเสียก่อน
                                       พิพากษายืน
                       คร้าม สิวายะวิโรจน์ - - ชวน สิงหลกะ

ผู้หมายเหตุจึงเห็นด้วยความเคารพว่า คำพิพากษาศาลฎีกที่ 335/2485 น่าจะวินิจฉัยถูกหลักกฎหมายและเป็นธรรม อันสอดคล้องกับขนบธรรมเนึยมประเพณีและวิถีชีวิตของชาวนาไทย
                                    ศิริชัย วัฒนโยธิน


ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม
          ภาระจำยอม เป็น ทรัพยสิทธิชนิดหนึ่ง  เมื่อเกิดภาระจำยอมในที่ดินแปลงใด ของใคร ย่อมทำให้เจ้าของที่ดินแปลงดังกล่าวนั้นต้องยอมรับกรรมบางอย่าง หรือแบกรับภาระบางอย่างซึ่งกระทบกระเทือนถึงการใช้สิทธิในที่ดินของตน  หรือต้องงดเว้นการใช้สิทธิบางอย่างอันมีอยู่ในกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินแปลงอื่น (ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิ ติดไปกับตัวที่ดินที่แม้เปลี่ยนเจ้าของที่ดินก็ติดไปกับที่ดินเสมอ)

 

----ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร. 0859604258   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ 

 
 




คำพิพากษาศาลฎีกา

ผู้ค้ำประกันไม่ได้รับสภาพหนี้ มิได้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมไม่ระงับ
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง- “สภาพการจ้าง” คืออะไร?
สิทธิเรียกร้องไล่เบี้ยลูกจ้าง
ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ความผิดฐานบุกรุกเคหสถาน
ผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้นที่จะขอให้ศาลเพิกถอนผู้จัดการมรดก
การคิดดอกเบี้ยผิดนัด
ความรับผิดของผู้รับประกันภัย
สัญญาที่ผู้บริโภคเสียเปรียบเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
อายุความสิทธิเรียกร้องมูลละเมิด
สิทธิหยุดพักผ่อนของลูกจ้าง
คำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง
หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา หนังสือให้ความยินยอมทำนิติกรรม
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ต้องริบเสียทั้งสิ้น
ละเมิดอำนาจศาล-ทนายความเรียกค่าวิ่งเต้นคดี
ใบแต่งทนาย-ทนายความขอแรง
อำนาจสอบสวน ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
ความผิดฐานพรากเด็ก(ผู้เยาว์)อายุยังไม่เกิน 15 ปี
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า การเลิกจ้างในระหว่างการทดลองงาน
ร้องขัดทรัพย์-ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
ควบคุมหรือขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
พรากผู้เยาว์,กระทำชำเราเด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี
มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
นับอายุความละเมิดเรียกค่าเสียหาย
ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม-ผู้เสียหาย
สัญญาขายฝาก-การวางทรัพย์-การขยายกำหนดเวลาไถ่
การเข้ามอบตัวถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว
คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด
อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน- สภาพการจ้าง
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
การใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ
ฐานค่าจ้างในการคำนวณจ่ายค่าชดเชย
ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
คำร้องสอดเป็นฟ้องซ้อน, ฟ้องซ้อนปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
พิพากษาเกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้อง
เรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
หนี้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนอง
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบ
ผู้ลงลายมือชื่อรับรองในตั๋วเงิน
คำสั่งยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ | อุทธรณ์คำสั่งยกคำร้อง
สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมและผลประโยชน์ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ
ฎีกาไม่มีลายมือชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้ฎีกา
ค่าชดเชยการเลิกจ้างและดอกเบี้ย
สิทธิในการดำเนินคดีเป็นโจทก์ร่วม
ช่วยซ่อนเร้นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
การกระทำต่อเนื่อง-ความผิดฐานบุกรุก
ขอให้ศาลรวมโทษจำคุก,ความผิดหลายกรรม
ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบหรือไม่?
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย 62 เม็ด โทษ 4 ปี 9 เดือน
ผลของการไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวัน
การประเมินภาษีเงินได้-อำนาจออกหมายเรียก
สิทธิแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
กฎหมายยกเลิกความผิด-การใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย
สิทธิของผู้รับจำนอง-เจ้าหนี้บุริมสิทธิ
ไม่แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาทราบไม่ทำให้การสอบสวนคดีไม่ชอบ
ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืน-ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
การฟอกเงิน-ยกประโยชน์แห่งความสงสัย
บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย
นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพ
ลูกหนี้ร่วม-เจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้
ศาลไม่อาจลงโทษเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง เมทแอมเฟตามีน
เจ้าเพนักงานพิทักษ์ทรัพย์-สิทธิจัดการทรัพย์สินลูกหนี้
ค่าอุปการะเลี้ยงดู ค่าเลี้ยงชีพ อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์
ผู้จัดการมรดก-ผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก พินัยกรรม
เหตุสุดวิสัย หรือ ประมาทเลินเล่อ เรียกค่าขาดไร้อุปการะ
ถอนคืนการให้-ประพฤติเนรคุณ หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง
การนับระยะเวลาอายุความคดีอาญา
ผิดสัญญาหมั้น | เรียกค่าทดแทน | สินสอด
เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ความผิดฐานร่วมกันบุกรุกที่ดินราชพัสดุ
ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ฟ้องซ้ำ หลายกรรมต่างกัน การกระทำต่อผู้เสียหายต่างรายกัน
ครอบครองปรปักษ์ก่อนออกโฉนดที่ดินไม่นำมารวมหลังออกโฉนด
การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
ไม่เข้าเหตุถอนคืนการให้ | หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง
รับของโจรเพื่อค้ากำไร  ซื้อทรัพย์ได้มาจากการลักทรัพย์
ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น,ชั้นอุทธรณ์
ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ | ปัสสาวะสีม่วง | เสพเมทแอมเฟตามีน
การริบทรัพย์สินของกลาง ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด
เรียกค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
ตั๋วสัญญาใช้เงินที่จะต้องนำไปให้ผู้ออกตั๋วจดรับรู้
ประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้ | ความรับผิดของผู้ว่าจ้าง
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ, ปรับโครงสร้างหนี้
ผลของคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด | ผู้ชำระบัญชี
อายุความเรียกค่าเสียหาย | ค่าสินไหมทดแทน | ฟ้องนายจ้าง
ทางจำเป็นและทางภาระจำยอม
ขอเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
การบรรยายฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด
ทุนทรัพย์ไม่เกินสามแสน | เขตอำนาจศาลแขวง
คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน อำนาจศาลชั้นต้นที่จะสั่งแก้ไขคำสั่งที่ผิดหลง
การรับสภาพหนี้อายุความสะดุดหยุดลง
รับสมอ้างต่อศาลว่าเป็นจำเลย ละเมิดอำนาจศาล เปลี่ยนตัวจำเลย
ขอให้ศาลแรงงานพิจารณาคดีใหม่      



Copyright © 2011 All Rights Reserved.

สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ ตั้งอยู่เลขที่ 34/159 หมู่ 8 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 ติดต่อทนายความ 085 960 4258 สำนักงาน โทร. 02 -984 4258 แฟกซ์ 02 984 4204 สำหรับแผนที่การเดินทาง กรุณาคลิ๊กที่ "ที่ตั้งสำนักงาน" ด้านบนสุด ทนายความ ทนาย สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมายกับทนายความลีนนท์ โทรเลย ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ

ทนายความ