ReadyPlanet.com

 หน้ารวมกระทู้ > แม่ถูกรถชนเสียชีวิต เรียกร้องอ...

แม่ถูกรถชนเสียชีวิต เรียกร้องอะไรได้บ้างครับ


 

ขอปรึกษาเกี่ยวกับคดีความหน่อยครับ

คือว่าเมื่อวันที่ 21 ธค 2554  เวลา 21.00 น.คุณแม่ได้ข้ามถนนไปส่งนายจ้าง ไปยังอีกฟากหนึ่ง เสร็จแล้วก็ข้ามกลับมา ปรากฏว่า ถูกรถเก๋ง ฟอร์ทูเนอร์ชน แล้วล้มลง เวลาผ่านไปได้ประมาณ 10 นาที ก็มีรถยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า แจ๊ส วิ่งมา เหยียบซ้ำอีกที จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ คนขับ ฟอร์ทูเนอร์ ทำงานเป็นผู้จัดการเขต ของบริษัทปิโตเลี่ยม คนขับ แจ๊ส เป็นพนักงานธนาคาร ซึ่งรถ คันฟอรทูเนอร์ มีประกัน พรบ และ ประเภท 1 ที่ บริษัทอลิ..... ส่วน แจ๊ส มีเพียงพรบ อย่างเดียว ไม่มีประกันภาคสมัครใจใด ๆ เลย  เหตุการณ์ครั้งนี้ ตำรวจ สรุปว่า เป็นการประมาท ทั้งคู่ ทำให้บุคคลอื่น เสียชีวิต  ณ ตอนนี้ ทางพรบ ทั้งสองคันได้ทำจ่ายมาให้แล้ว คันละ 200,000 บาท รวมเป็น เงิน 400,000 บาท เหลือเพียง ภาคสมัครใจเท่านั้นที่ ยังตกลงกันไม่ได้  โดยมีการนัดเจรจากัน มา 3 รอบแล้ว และในรอบแรกผมเรียกเงินไป 1,400,000 บาท (รวมทั้งหมดทุกฝ่าย) รอบที่ 2 ลดลงมาเหลือ 1,000,000 บาท และรอบที่ 3 เมื่อวานนี้ ผมบอกทุก ๆ ฝ่ายว่าลดได้เต็มที่ สุด ๆ แล้ว คือ 750,000 บาท (แยกเป็น พรบ คันละ 200,000 บาท คนขับรถฟอร์ทูเนอร์ ที่มีประกัน อลิอันซ์ ซีพี 250,000 บาท และคนขับรถแจ๊ส ซึ่งไม่มีประกัน 100,000 บาท ) แต่ ตัวแทนประกันอลิ...... ตอนแรก แจ้งว่า จะจ่ายให้ แค่ 50,000 บาท   และผมไม่ยอม เพราะชีวิตแม่ผม ทั้งคน จ่ายให้ผมแค่ 50000 บาท ผมไม่ยอม เขาก็เพิ่มเข้ามา เป็น 100,000 บาท และจนสุดท้าย เขาบอกว่า เต็มที่ ได้เพียง 150,000 บาท แต่จะไปเสนอนายก่อน ไม่รับปากว่าจะได้หรือเปล่า ผมจึงตัดสินใจไม่ยอมรับ เงินตรงนี้ และ ทางตำรวจสรุป  ว่าจะส่งสำนวน ไปให้อัยการในชั้นศาล และให้ไปเรียกร้องสินไหมกันเองในชั้นศาล  ซึ่งสรุปแล้ว ในวันตกลงกันในวันสุดท้าย  เขาจะให้เงินทั้งหมด คือ 650,000 บาท แยกเป็นดังนี้ พรบ รถแจ๊ส 200,000 บาท พรบรถฟอร์จูเนอร์ 200,000 บาท คนขับรถแจ๊ส(ไม่มีประกันสมัครใจ) 100,000 บาท และคนขับรถฟอร์ทูเนอร์ (ซึ่งประกันจะเป็นคนจ่ายให้ ) 150,000 บาท 

                ผมยังรู้สึกว่า ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร เนื่องจาก พรบต้องจ่ายตามกฏหมายอยู่แล้ว ที่ 200,000 บาท เพราะประมาททั้งคู่ แต่ในส่วนของผู้ขับขี่ ผมรู้สึกว่า เขาไม่แคร์ความรู้สึกของพวกผมเลย จะรับผิดชอบ เพียง 150,000 บาท (โดยเป็นการที่ประกันภัยต่อรองกับผม ซึ่งดูแล้วมันน้อยมาก) ส่วนคนขับรถแจ๊ส ที่ไม่มีประกันภาคสมัครใจนั้น เขามีเงินเพียงแค่ 100,000 บาทเท่านั้น และเขาทำงานธนาคารด้วย ผมก็เห็นใจเขา แต่คนที่ขับรถฟอร์ทูเนอร์นั้น เป็นถึงผู้จัดการเขต ของบริษัทปิโต..... และไม่พูดอะไร บอกแค่ว่ามีอะไรก็ให้ไปคุยกับประกัน ทำให้ผมรู้สึก ว่าเขาไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรเลย ปัดไปให้แต่ประกันคุยอย่างเดียว ในขณะที่ประกันภัย ก็พูดคุย แบบน่าเกียจมาก พูดมาได้ไง 50,000 บาท และเพิ่มขึ้นมา เป็น 100,000  และ 150,000 บาท   ซึ่งต่อรองเหมือนผักปลา  เงินเพียงแค่า 150,000 บาท สำหรับชีวิตแม่ผมแล้วมันน้อยไปครับ ผมรู้สึกเช่นนั้น

ผมจึงอยากขอถาม ท่านที่รู้กฏหมาย หน่อยครับ ว่า การที่เขาจะให้ค่าเสียหาย ทั้งหมด เป็นเงินที่ 650,000 บาท รวมทุกก้อนทุกฝ่ายแล้ว มันสมเหตุสมผลหรือเปล่าครับ เพราะถ้าแยกออกมาจากพรบที่จ่ายมาแล้ว 400,000 บาท เขาจ่ายให้อีกเพียง 250,000 บาทเท่านั้นเอง เงินเพียงเท่านี้ สมเหตุสมผลหรือเปล่าครับ อันนี้ไม่รู้จริง ๆ ใจจริงผมคิดว่ามันน้อยเกินไป โดยมีเหตุผล ว่า แม่ผมอายุ 50 ปี พอดี ซึ่งหากจะต้องเสียชีวิตด้วยโรคชราแล้ว ก็น่าจะ สักอายุ 75 ปี  ระยะเวลาอีก 25 ปี ที่แม่ผมจะได้ใช้ชีวิตในโลกนี้ สามารถทำอะไรอีกตั้งเยอะ  หายไปเลย  และอีกประเด็นหนึ่งคือ แม่ผมก็ยังมียาย (แม่ของแม่) ที่ยังมีชีวิตอยู่ และยายก็อายุ 70 ปีแล้ว ไม่สามารถทำงานได้ ต้องคอยให้แม่และลูก ๆ หลาน ๆ ดูแล การที่แม่ผมเสียชีวิต ไปทำให้ขาดรายได้ส่วนหนึ่งที่จะคอยเลี้ยงดูยายผม  ในส่วนลูก ๆ ของแม่ผมนั้น ก็มี 3 คน มีผมและน้องชาย และน้องสาว แต่ทุก ๆคน ก็อายุเกิน 20 ปีทั้งนั้น บรรลุนิติภาวะแล้ว และแต่งงานแล้ว ซึ่งคงจะเรียกร้องตรงนี้ไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ  แค่2 ประเด็นที่กล่าวมา ว่า อายุยังน้อย จากไปก่อนวัยอันควร และ มียายที่ต้องอุปการะ เลี้ยงดูอีก แค่สองประเด็นนี้  ที่เขาจะจ่ายมาให้ เพียง 250,000 บาท  มันน้อยเกินไปครับ  พอจะมีโอกาส ที่จะให้เขารับผิดชอบ มากกว่านี้หรือไม่ครับ หากไม่ได้ แล้วผมจะไม่ขอรับเงินตรงนี้ ละครับ แล้วให้ดำเนินคดีตามกฏหมาย อาญา ให้ถึงที่สุด จะเป็นไปได้ไหมครับ เพราะมันจ่ายให้น้อยเกินไปครับ ผมรับไม่ได้จริง ๆ กับการที่ผมและลูก ๆ ต้องสูญเสียแม่ไป  อีกนิดครับ ในวันเกิดเหตุ แม่ผมไม่ได้ข้ามสะพานลอย เพราะ แม่ผมรับจ้างเลี้ยงดูคนชรา ก็วันเกิดเหตุ พานายจ้าง ซึ่งอายุ จะ 80ปีแล้ว (เข้าใจว่าคงจะขึ้นสะพานลอยไม่ไหว ) มาทานข้าว และจะพานายจ้างกลับบ้าน จึงข้ามถนนบนทางเท้า ไปส่งเสร็จจะข้ามกลับมาก็ถูกรถชน ดังเหตุการณ์ที่เล่าครับ  ยอมรับว่า แม่ผมก็ดืม แฮลกอฮอล์เข้าไปครับ แต่ไม่มากนั้ก ผมเชื่อเช่นนั้น  แต่ประกันพยายามจะพูดเหมือนกับว่าแม่ผมดืมเหล้าเข้าไปทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็น น้อยลง จนเป็นเหตุให้มองรถไม่เห็น พูดสั้น ๆ คือ จะว่าแม่ผมผิดจะให้เป็นประมาทร่วมให้ได้ ครับ

สิ่งที่ผมยังสงสัยอยู่จะขอฝากถามคือ ผมสามารถเรียกร้องเงินได้มากกว่านี้หรือไม่ เพราะคนขับฟอร์ทูเนอร์ที่เป็นคนชนคนแรก มีฐานะเป็นถึงผู้จัดการเขต แต่ไม่สนใจอะไรใด ๆ แถมวันเจรจาก็บอกให้ไปคุยกันประกัน ส่วนตัวเขาจะให้การหรือพูดอะไรในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนอีกคน ซึ่งทำงานธนาคารก็ดูแลและใส่ใจครอบครัวผมดี อาจจะเป้นเพราะไม่มีประกันเลยต้องดูแลดี

ผมสามารถเอาผิดคนขับในคดีอาญา และในคดีแพ่งได้ทั้งสองคดีใช่ไหมครับ

ตอนนี้ ก็ต้องรอให้ทางตำรวจ ส่งสำนวน ให้พนง.อัยการฟ้องศาล คิดว่าใช้เวลานานหรือไม่ครับ

และถ้าต้องเข้าสู่กระบวนการศาล ผมต้องทำอย่างไรบ้างครับ  จากที่หาข้อมูลมาเบื่องต้นเห็นว่า ขอร่วมเป็นโจทย์ร่วมกับพนักงานอัยการ ฟ้องดำเนินคดีได้ แล้ว ทนายความต้องมีหรือเปล่าครับ ถ้าไม่มีผมกังวลว่าจะไม่มีใครสู้กับประกันภัยได้เลย 

 



ผู้ตั้งกระทู้ พันธ์ :: วันที่ลงประกาศ 2012-01-27 11:37:57


[1]

ความเห็นที่ 1 (2262245)

ในเรื่องจำนวนเงินนั้นพูดยากจริง ๆ ครับ ถามว่าผู้เสียหายพอใจที่จุดไหน? หากตกลงกันไม่ได้ก็คงต้องให้ศาลชี้ขาด สำหรับตามกฎหมายแล้วผู้ที่ทำละเมิดทำให้แม่คุณเสียชีวิตต้องรับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยไม่ต้องคำนึงถึง พ.ร.บ. ที่จะต้องจ่ายอยู่แล้ว แนะนำให้ตำรวจดำเนินการไปตามขั้นตอน เมื่อคดีขึ้นไปสู่ศาลแล้ว ผู้ขับขี่รถยนต์ทั้งสองคันคงเข้ามาคุยกับเราอีกแบบหนึ่งเพราะมีโทษอาญา หากเราไม่ยอมรับข้อเสนอโดยเลือกที่จะฟ้องร้องทางแพ่งเอาเอง ผมว่าเขาคงขอเจรจากับคุณเอง แต่อย่างไรก็ตามเท่าที่ศาลให้ค่าสินไหมแล้วไม่มีสูตรสำเร็จเพราะฐานานุรูปของแต่ละชีวิตอาจแตกต่างกันไป หากผมเป็นคุณตัวเลขรวมประกันภัย 1 ล้านบาทก็สมเหตุสมผลครับ เพราะไปฟ้องร้องเอาเองก็ยังไม่รู้ว่าศาลจะให้เท่าใด และคดีจะจบลงอย่างไร และค่าทนายความจะต้องเสียอีกเท่าใดซึ่งมันเป็นอนาคตทั้งหมด หากคุณรับข้อเสนอเขาที่ตัวเลขที่ต่ำกว่า อาจจะได้แน่นอนกว่า เพราะแม้ศาลจะมีคำพิพากษาให้เขาถูกจำคุก และให้ชำระค่าสินไหมทดแทนก็ตามก็อาจยังต้องไปบังคับคดียึดทรัพย์ขายทอดตลาดอีก

 

ผู้แสดงความคิดเห็น ทนายลีนนท์ วันที่ตอบ 2012-03-22 20:42:38


ความเห็นที่ 2 (2262246)

หมายเหตุ  คุณมีสิทธิฟ้อง ผู้ทำละเมิด (คนขับ) นายจ้าง (หากอยู่ในทางการที่จ้าง) บริษัทประกันภัย

ผู้แสดงความคิดเห็น * วันที่ตอบ 2012-03-22 20:43:52



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2011 All Rights Reserved.