ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร | รับส่งเด็กนักเรียน

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )                 

 

รับส่งผู้เสียหายไปกลับโรงเรียนอยู่ในเส้นทาง
อาชีพขับรถตู้รับส่งนักเรียนกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 11 ปี , พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน, ในข้อหาฐานพรากผู้เยาว์แม้กระทำผิดการพาผู้เสียหายไปเพื่อร่วมประเวณีจะอยู่ในเส้นทางหรือนอกเส้นทางรับส่งผู้เสียหายไปกลับโรงเรียนก็เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารแล้ว

                      คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2673/2546

จำเลยมีอาชีพขับรถรับส่งเด็กนักเรียน ขณะที่เด็กหญิงผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำเลยทำอนาจารผู้เสียหายโดยใช้มือลูบคลำที่อวัยวะสืบพันธุ์และจับหน้าอกผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานกระทำอนาจารเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก

ขณะที่จำเลยขับรถพาผู้เสียหายและเด็กนักเรียนอื่นกลับบ้านได้แวะที่อาคารหลังหนึ่งให้เด็กนักเรียนอื่นลงไปซื้อขนม ผู้เสียหายจะลงไปด้วย แต่จำเลยไม่ให้ลงโดยบอกให้ผู้เสียหายฝากคนอื่นไปซื้อขนมแทนแล้วจำเลยนำตัวผู้เสียหายให้นอนราบกับเบาะ ใช้มือกดตัวผู้เสียหายไม่ให้ลุกขึ้น แล้วได้กระทำชำเราผู้เสียหาย หลังจากครั้งนี้แล้วจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายอีกหลายครั้ง จนกระทั่งผู้เสียหายเรียนจบถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยนอกจากกระทำชำเราในรถซึ่งแวะจอดที่อาคารดังกล่าวแล้วจำเลยยังพาผู้เสียหายเข้าไปในบ้านร้างแถวสุขุมวิทแล้วกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยจึงมีความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาตนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก

ความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคแรก คำว่า "พราก" หมายความว่า พาไปหรือแยกออกจากความปกครองดูแล จะกระทำโดยวิธีใดก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด ไม่ต้องใช้กำลังหรืออุบาย ดังนั้นไม่ว่าการพาไปเพื่อร่วมประเวณีจะอยู่ในเส้นทางหรือนอกเส้นทางรับส่งผู้เสียหายไปกลับจากโรงเรียนก็ย่อมเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารแล้ว

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งมีอาชีพขับรถรับส่งนักเรียนได้กระทำอนาจารเด็กหญิง ช.ผู้เสียหาย อายุสิบเอ็ดปีเศษ ซึ่งโดยสารรถยนต์ของจำเลยไปและกลับจากโรงเรียน โดยผู้เสียหายไม่ยินยอมทุกวันหลังเลิกเรียน โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้จำเลยพรากผู้เสียหายไปเสียจากบิดามารดา โดยไม่มีเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจารจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายอายุสิบสองปีเศษยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนโดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เมื่อระหว่างปี 2541 ถึง 2542 ต่อเนื่องกันจำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายอายุสิบสองปีเศษยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตนอีก โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้เดือนละ 1 ถึง 2 ครั้ง กลางปี 2542 จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และประมาณปลายปี 2542 จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายแล้วกระทำชำเราผู้เสียหายขณะอายุยังไม่เกินสิบห้าปีจนสำเร็จความใคร่ โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277,279, 317, 91

จำเลยให้การปฏิเสธ
              ระหว่างพิจารณานาย ป. บิดาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277วรรคแรก รวม 3 กระทง จำคุกกระทงละ 8 ปี รวม 24 ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรก จำคุก 2 ปี รวมจำคุก 26 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 17 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก
              โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
              โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

              ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยประกอบอาชีพขับรถตู้รับและส่งนักเรียนจากบ้านไปโรงเรียนและจากโรงเรียนกลับบ้านผู้เสียหายเกิดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2527 และเป็นบุตรของโจทก์ร่วม ผู้เสียหายใช้บริการรถตู้ของจำเลยตั้งแต่เรียนที่โรงเรียน ว. ชั้นอนุบาลปีที่ 3 จนจบชั้นประถมปีที่ 6 หลังจากนั้นผู้เสียหายเข้าเรียนที่โรงเรียน ส. ตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ 1 จนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 ก็ยังใช้บริการรถตู้ของจำเลยเช่นเดิม ระหว่างเวลาที่จำเลยขับรถรับส่งผู้เสียหายจำเลยได้ร่วมประเวณีกับผู้เสียหายหลายครั้ง มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมและจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยหรือไม่ และจำเลยยังมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 อีกกระทงหนึ่งหรือไม่ สำหรับปัญหาดังกล่าวปรากฏว่า จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2543 ทั้งได้ให้การรับสารภาพต่อพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2543 ข้อเท็จจริงได้ความว่าขณะที่จำเลยขับรถรับผู้เสียหายกลับไปส่งบ้าน ระหว่างทางขณะอยู่บนรถผู้เสียหายให้จำเลยลูบคลำอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้เสียหาย และในระยะหลังผู้เสียหายให้จำเลยใช้นิ้วมือแยงที่อวัยวะสืบพันธุ์ของผู้เสียหาย ต่อมาขณะผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 1 เทอมที่ 2 จำเลยได้เอาอวัยวะสืบพันธุ์ของจำเลยสอดใส่เข้าไปในช่องคลอดผู้เสียหายเพียงเล็กน้อยและดึงอวัยวะสืบพันธุ์ออกเพราะผู้เสียหายบอกว่าเจ็บ ผู้เสียหายเกิดอาการอักเสบที่อวัยวะสืบพันธุ์มากจนต้องไปหาแพทย์ ต่อมาในระยะหลังจำเลยและผู้เสียหายมีเพศสัมพันธ์กันอีกหลายครั้ง ซึ่งข้อเท็จจริงสอดคล้องต้องกันกับคำเบิกความของผู้เสียหายที่ว่า ในปี 2539ขณะผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ 6 เทอมที่ 2 จำเลยทำอนาจารผู้เสียหายโดยใช้มือลูบคลำที่อวัยวะสืบพันธุ์และจับหน้าอกผู้เสียหาย ในปี 2541 ขณะผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 1 หรือปีที่ 2 ขณะที่จำเลยขับรถพาผู้เสียหายและเด็กนักเรียนอื่นกลับบ้านได้แวะที่อาคารศุภาลัยเพลสให้เด็กนักเรียนอื่นลงไปซื้อขนม ผู้เสียหายจะลงไปด้วยแต่จำเลยไม่ให้ลงโดยบอกให้ผู้เสียหายฝากคนอื่นไปซื้อขนมแทน แล้วจำเลยนำตัวผู้เสียหายให้นอนราบกับเบาะแล้วใช้มือกดตัวผู้เสียหายไม่ให้ลุกขึ้นแล้วได้กระทำชำเราผู้เสียหายจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง หลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งแรกแล้วจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายประมาณเดือนละ 1 ถึง 2 ครั้ง จนกระทั่งผู้เสียหายเรียนจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยกระทำชำเรานอกจากในรถซึ่งแวะจอดที่อาคารศุภาลัยเพลสแล้วจำเลยยังพาผู้เสียหายเข้าไปในสถานที่คล้าย ๆ บ้านร้างแถวสุขุมวิท ที่บ้านร้างขณะนั้นผู้เสียหายเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 3 แล้วกระทำชำเราผู้เสียหายอีก 1 ครั้ง จากนั้นผู้เสียหายไม่ได้ติดต่อกับจำเลยอีก ซึ่งจำเลยก็เบิกความยอมรับความข้อนี้ เมื่อพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยตามพฤติการณ์แห่งคดีแล้วรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาของตนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก รวม 3 กระทง และฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคแรกอีกกระทงหนึ่ง ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ยกนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ทั้งนี้เพราะที่ศาลล่างทั้งสองอ้างว่า ตามคำเบิกความของผู้เสียหายมิได้เบิกความยืนยันว่า อาคารศุภาลัยเพลสและบ้านร้างดังกล่าวอยู่นอกเส้นทางรับส่งนักเรียนตามปกติ เป็นข้อสงสัยว่าสถานที่ดังกล่าวทั้งสองแห่งอยู่ในหรือนอกเส้นทางรับส่งนักเรียนตามปกติของจำเลย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้เป็นคุณแก่จำเลยเป็นการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยที่ไม่ถูกต้องไม่ชอบด้วยเหตุผลในการตีความกฎหมายตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคแรก ที่บัญญัติว่า ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษนั้น เห็นว่า คำว่า "พราก" หมายความว่า พาไปหรือแยกออกจาก ความปกครองดูแลจะกระทำโดยวิธีใดก็ได้ไม่มีข้อจำกัด ไม่ต้องใช้กำลังหรืออุบาย แม้จะชักชวนแนะนำเด็กให้ไปด้วยโดยมิได้หลอกลวง และเด็กเต็มใจไปก็เป็นความผิด เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการพาไปเพื่อร่วมประเวณีจะอยู่ในเส้นทางหรือนอกเส้นทางรับส่งผู้เสียหายไปกลับโรงเรียนก็เป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจารแล้ว ฎีกาโจทก์ร่วมในปัญหาข้อนี้ฟังขึ้น และมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ร่วมในประการต่อไปว่าศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยเหมาะสมแก่ความผิดหรือไม่ โจทก์ร่วมฎีกาโต้แย้งดุลพินิจวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า ในขณะที่ผู้เสียหายถูกกระทำอนาจารและกระทำชำเรานั้น ผู้เสียหายเพิ่งอายุ 12 ปี ถึง 13 ปี ยังเป็นเด็กไร้เดียงสาไม่รู้ไม่เข้าใจว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับตนเองซึ่งกำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์อันเป็นตราบาปติดตัวเสื่อมเสียไปชั่วชีวิตนั้น แม้ข้อเท็จจริงเท่าที่โจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยนำสืบมาตามพฤติการณ์แห่งคดีนี้จะดูประหนึ่งว่าศาลล่างกำหนดโทษจำเลยในสถานเบาไม่เหมาะสมแก่ความผิดก็ตาม แต่เมื่อได้พิจารณาบาปเคราะห์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งจำเลยก็ได้รู้สำนึกในความผิดที่ได้กระทำลงไป และเบิกความให้ความรู้แก่ศาลถึงพฤติการณ์ต่าง ๆ ก่อนและหลังกระทำความผิดของจำเลย เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีต้องด้วยความเห็นศาลฎีกาฎีกาโจทก์ร่วมข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 วรรคสาม ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี อีกกระทงหนึ่ง ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน รวมกับโทษในข้อหาอื่นเป็นโทษจำคุกทั้งสิ้น 23 ปี 12 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ประมวลกฎหมายอาญา
     มาตรา 277 ผู้ใดกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท
     การกระทำชำเราตามวรรคหนึ่ง หมายความว่าการกระทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำกระทำกับอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่น หรือการใช้สิ่งอื่นใดกระทำกับอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่น
     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่เจ็ดปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นสี่พันบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสามได้กระทำโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงหรือกระทำกับเด็กชายในลักษณะเดียวกันและเด็กนั้นไม่ยินยอม หรือได้กระทำโดยมีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด หรือโดยใช้อาวุธ ต้องระวางโทษจำคุกตลอดชีวิต
     ความผิดตามที่บัญญัติไว้ในวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำโดยบุคคลอายุไม่เกินสิบแปดปีกระทำ ต่อเด็กซึ่งมีอายุกว่าสิบสามปี แต่ยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นยินยอม และภายหลังศาลอนุญาตให้ทั้งสองฝ่ายสมรสกัน ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษ ถ้าศาลอนุญาตให้สมรสในระหว่างที่ผู้กระทำผิดกำลังรับโทษในความผิดนั้นอยู่ ให้ศาลปล่อยผู้กระทำความผิดนั้นไป
     มาตรา 279 ผู้ใดกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
     ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรก ผู้กระทำได้กระทำโดย ขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ใน ภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้เด็กนั้นเข้าใจผิดว่าตน เป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบห้าปี หรือปรับไม่เกิน สามหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
     มาตรา 317 ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกิน สิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หกพันบาทถึงสามหมื่นบาท
     ผู้ใดโดยทุจริต ซื้อ จำหน่าย หรือรับตัวเด็กซึ่งถูกพรากตามวรรคแรก ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับผู้พรากนั้น
     ถ้าความผิดตาม มาตรานี้ ได้กระทำเพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร ผู้นั้นกระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่ หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท
_______________________________


ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  พงษ์ศิริสุวรรณ  โทร. 0859604258   * 
www.lawyerleenont.com  *   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 




เกี่ยวกับคดีอาญา

พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย
หมิ่นประมาทกับดูหมิ่นซึ่งหน้า-ความผิดอาญามีโทษหนักเบาแตกต่างกัน
ลักทรัพย์นายจ้าง ปลอมเอกสารสิทธิ การกระทำกรรมเดียว
ศาลยุติธรรมย่อมไม่มีอำนาจเหนือศาลทหาร
ล่วงละเมิดอำนาจปกครองของบิดามารดาผู้ปกครอง
ความผิดอันยอมความได้ | คดีหมิ่นประมาท | ร้องทุกข์ภายในสามเดือน
บันดาลโทสะหรือพยายามฆ่า
พกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
การกระทำโดยพลาด | พยายามฆ่า
ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
รอการลงโทษ,ให้การรับสารภาพ
เบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล
เจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
การกระทำชำเราที่ไม่ต้องรับโทษ
พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร,เต็มใจไปด้วย
คำร้องทุกข์ | อำนาจพนักงานสอบสวน
ขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบ-มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด
ความผิดฐานบุกรุกเข้าไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร
พาไปเพื่อการอนาจาร -บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี
ความผิดฐานต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงาน
รอการกำหนดโทษ | รอการลงโทษ | พรบ.ล้างมลทิน
เบิกความอันเป็นเท็จในศาล
ป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
บันดาลโทสะเพราะเหตุยั่วยุให้โมโห
หมิ่นประมาท | เข้าใจโดยสุจริต
ความผิดฐานมีอาวุธปืนที่นายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้ไม่ได้
เป็นอันตรายแก่จิตใจ - ใช้ยาสลบใส่กาแฟ
บันดาลโทสะต้องถูกข่มเหงอย่างร้ายแรง
หมิ่นประมาท | หนังสือพิมพ์ลงพิมพ์โฆษณา
วิธีการสำหรับเด็กและเยาวชนต้องห้ามฎีกา
บิดาบันดาลโทสะ | ผู้เสียหายด่าจำเลย(บิดา)หยาบคาย
ความผิดนอกราชอาณาจักร, เจตนาประสงค์ต่อผลหรือย่อมจะเล็งเห็นได้ว่าผลนั้นจะเกิดขึ้นในราชอาณาจักร
การริบทรัพย์สิน | ใช้ในการกระทำความผิด
สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป
คำว่า-วิชาชีพ-ในคดีอาญา
หลบหนีไปจากความควบคุมตามอำนาจของพนักงานสอบสวน
พยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจำคุกตลอดชีวิต
สเปรย์พริกไทยไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ
กระทำอนาจารต่อศิษย์นอกเวลาเรียน
ที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 ยังคงเป็นป่าตาม พ.ร.บ. ป่าไม้
ลงลายมือชื่อรับรองคนต่างด้าว 7 คน
ผู้สนับสนุนให้จำเลยกระทำความผิด
ทวงหนี้ลักษณะข่มขู่ว่าไม่จ่ายจะเดือดร้อนจำคุก 3 ปี
การทำนากุ้งไม่ใช่การประกอบอาชีพกสิกรรม
ลักทรัพย์นายจ้าง, ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย
การจับกุมมิชอบกับการฟ้องคดีอาญา
รวบรวมฎีกาเรื่องเบิกความเท็จ
คำขอในส่วนแพ่งเนื่องความผิดอาญา
ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะ
อ้างเหตุป้องกันตัวไม่ได้
ทำร้ายร่างกายกับการป้องกันตัว
พรากเด็กต่ำ15 ปี ไปเพื่อการอนาจารจำคุก 5 ปี
ซื้อเสียงเลือกตั้งไม่รอลงอาญา
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอันพึงริบ
การเอาทรัพย์ที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตเป็นความผิดฐานลักทรัพย์