ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



มอบอำนาจให้ฟ้องคดีไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดสิทธิฟ้อง

สำนักงานทนายความ

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )

 

 

 

มอบอำนาจให้ฟ้องคดีไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดสิทธิฟ้อง
จำเลยให้การว่า โจทก์นำหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ถูกต้องสมบูรณ์ตามแบบมาฟ้องจำเลย โจทก์จัดทำหนังสือมอบอำนาจมาฟ้องจำเลยก่อนที่มูลหนี้จะเกิดขึ้น และก่อนที่จำเลยจะยินยอมตกลงเป็นลูกค้าของโจทก์ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเป็นการใช้สิทธิที่ไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจเป็นเรื่องตัวการมอบหมายให้ตัวแทนทำกิจการใด ๆ ที่มิใช่กิจการเฉพาะตัว แทนตัวการ ตัวการย่อมมอบอำนาจให้ตัวแทนทำกิจการใด ๆ ล่วงหน้า รวมทั้งการฟ้องคดีได้โดยไม่จำกัดเวลาและหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนั้นไม่จำต้องระบุ บุคคลที่ต้องถูกฟ้องไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าเป็นผู้ใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 426/2538

          หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ที่ทำขึ้นก่อนที่จำเลยผูกนิติสัมพันธ์กับโจทก์ซึ่งเป็นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีล่วงหน้าก็มีผลใช้ได้ โจทก์มอบอำนาจให้ย. มีอำนาจทำกิจการต่างๆตามที่ระบุไว้รวมทั้งฟ้องคดีเรียกร้องหนี้สินเนื้อหาในหนังสือมอบอำนาจจึงมิใช่เป็นกรณีที่ ย. ซึ่งเป็นตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไปจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 801 หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ย่อมสมบูรณ์มีผลใช้ได้ตามกฎหมาย โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ใช้บัตรเครดิตที่โจทก์มอบให้ไปใช้จ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าและค่าบริการต่างๆโจทก์ได้แจ้งรายการใช้บัตรเครดิตที่โจทก์จ่ายแทนไปให้จำเลยตามกำหนดในแต่ละเดือนจำเลยไม่นำเงินมาหักทอนบัญชีกับโจทก์เป็นเวลาหลายเดือนจำเลยเป็นหนี้โจทก์ 294,702.43บาท จำเลยให้การปฏิเสธแต่เพียงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะก่อภาระหนี้โดยใช้บัตรเครดิตของโจทก์ภาระหนี้ที่โจทก์อ้างเกิดขึ้นจากแหล่งอื่นซึ่งเป็นผู้ทำขึ้น จำเลยจึงไม่เป็นลูกหนี้โจทก์และไม่ผิดสัญญาต่อโจทก์ คำให้การของจำเลยมิได้อ้างเหตุแห่งการนั้นไว้ในคำให้การว่าจำเลยมิได้เป็นลูกหนี้โจทก์และไม่ได้ผิดสัญญาต่อโจทก์เพราะเหตุใดจึงเป็นคำให้การที่ไม่แจ้งชัดซึ่งเหตุแห่งการนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง จำเลยไม่มีสิทธินำพยานมาสืบ
________________________________


          โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายยงยุทธ กิจวรรณพัฒนาฟ้องคดีแทนและแต่งตั้งทนายความได้ด้วย จำเลยเป็นลูกค้าของโจทก์ประเภทบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2532จำเลยได้สมัครเป็นสมาชิกบัตรเครดิตวีซ่าของโจทก์โดยจำเลยตกลงกับโจทก์ว่า จำเลยจะปฏิบัติและยอมผูกพันตนตามที่โจทก์กำหนดโดยโจทก์จะให้สิทธิแก่จำเลยเป็นผู้ถือบัตรเครดิตวีซ่า สามารถเบิกเงินสดเพื่อชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการแทนเงินสดจากบรรดาร้านค้าซึ่งเป็นตัวแทนรับบัตรเครดิตวีซ่าของโจทก์ รายการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตวีซ่าที่จำเลยได้ใช้จ่ายไป โจทก์จะเป็นผู้จ่ายแทนให้แก่บรรดาตัวแทนที่เรียกเก็บไปก่อน และโจทก์จะจัดส่งรายการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตวีซ่าดังกล่าวให้จำเลยรับทราบทุกวันที่ 25 ของเดือน เพื่อให้จำเลยนำเงินชำระคืนให้โจทก์เพื่อหักทอนบัญชีกันภายในวันที่ 6 ของเดือน จากบัญชีกระแสรายวันหากจำเลยไม่ชำระจำเลยให้ถือว่าเป็นการขอเบิกเงินเกินบัญชีจากโจทก์และยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตามระเบียบปฏิบัติในการคิดดอกเบี้ยเบิกเงินเกินบัญชีของธนาคารบัตรเครดิตวีซ่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์มีสิทธิที่จะยกเลิกการใช้หรือเรียกเก็บคืนเมื่อใดก็ได้ จำเลยได้ใช้บัตรเครดิตวีซ่าที่โจทก์มอบให้ไปใช้จ่ายชำระค่าสินค้าและค่าบริการต่าง ๆ ในระยะหลังเมื่อโจทก์แจ้งรายการใช้บัตรเครดิตวีซ่าที่โจทก์จ่ายแทนไปให้จำเลยครบกำหนดในแต่ละเดือน จำเลยไม่นำเงินมาหักทอนบัญชีกับโจทก์เป็นเวลาหลายเดือน ภาระหนี้ณ วันที่ 26 เมษายน 2533 จำเลยเป็นหนี้โจทก์เป็นเงิน 294,702.43บาท โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน299,789.07 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากต้นเงิน 294,702.43 บาท นับแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2533เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

          จำเลยให้การว่า โจทก์นำหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและไม่ถูกต้องสมบูรณ์ตามแบบมาฟ้องจำเลย โจทก์จัดทำหนังสือมอบอำนาจมาฟ้องจำเลยก่อนที่มูลหนี้จะเกิดขึ้น และก่อนที่จำเลยจะยินยอมตกลงเป็นลูกค้าของโจทก์ ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนเป็นการใช้สิทธิที่ไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 294,702.43 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่27 เมษายน 2533 ถึงวันชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อแรกตามฎีกาของจำเลยมีว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์ขอแก้ไขวันฟ้องในคำฟ้องจากวันที่ 8 มิถุนายน 2533 เป็นวันที่ 15 มิถุนายน 2533เป็นสาระสำคัญ เพราะทำให้ยอดหนี้เปลี่ยนแปลง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ฟ้องเคลือบคลุมเป็นคำฟ้องที่ไม่แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น การที่โจทก์เพียงแต่ขอแก้ไขคำฟ้องในส่วนที่คิดอัตราดอกเบี้ยถึงวันฟ้องให้ตรงกับวันที่ที่โจทก์ยื่นคำฟ้องตามความเป็นจริง ไม่มีผลทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมแต่อย่างใดส่วนดอกเบี้ยที่โจทก์เรียกร้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรเป็นเรื่องที่จะต้องคำนวณให้ถูกต้องอีกขั้นตอนหนึ่ง ฟ้องโจทก์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองแล้ว

          ปัญหาข้อสองตามฎีกาของจำเลยมีว่า หนังสือมอบอำนาจของโจทก์มีผลใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ทำเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2531 แต่จำเลยผูกนิติสัมพันธ์กับโจทก์เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2532การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีล่วงหน้าสิทธิของโจทก์ยังไม่เกิดขึ้นหนังสือมอบอำนาจจึงไม่มีผลตามกฎหมายนั้น เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจเป็นกรณีที่ตัวการมอบหมายให้ตัวแทนทำกิจการใด ๆ ที่มิใช่กิจการเฉพาะตัว แทนตัวการ ตัวการย่อมมอบอำนาจให้ตัวแทนทำกิจการใด ๆ ล่วงหน้า รวมทั้งการฟ้องคดีได้โดยไม่จำกัดเวลาและหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนั้นไม่จำต้องระบุบุคคลที่ต้องถูกฟ้องไว้โดยเฉพาะเจาะจงว่าเป็นผู้ใด ส่วนตัวการจะมีอำนาจฟ้องบุคคลใดได้หรือไม่เป็นเรื่องที่จะพิจารณาในขณะยื่นคำฟ้องว่ามีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของตัวการตามกฎหมายแพ่งหรือไม่ ภาพถ่ายหนังสือมอบอำนาจท้ายฟ้องหมายเลข 2 หรือต้นฉบับหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.2 โจทก์มอบอำนาจให้นายยงยุทธ กิจวรรณพัฒนามีอำนาจทำกิจการต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้รวมทั้งฟ้องคดีเรียกร้องหนี้สิน ฯลฯ ด้วย เนื้อหาในหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวจึงมิใช่เป็นกรณีที่นายยงยุทธซึ่งเป็นตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไปจากโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 801 ดังนั้นหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ดังกล่าวย่อมสมบูรณ์ มีผลใช้ได้ตามกฎหมาย

          ปัญหาต่อไปตามฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยผิดสัญญา และจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่เพียงใดนั้น เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้ใช้บัตรเครดิตวีซ่าที่โจทก์มอบให้ไปใช้จ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าและค่าบริการต่าง ๆ โจทก์ได้แจ้งรายการใช้บัตรเครดิตวีซ่าที่โจทก์จ่ายแทนไปให้จำเลยตามกำหนดในแต่ละเดือน จำเลยไม่นำเงินมาหักทอนบัญชีกับโจทก์เป็นเวลาหลายเดือน ภาระหนี้ ณ วันที่26 เมษายน 2533 จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 294,702.43 บาท จำเลยให้การปฏิเสธแต่เพียงว่า จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะก่อภาระหนี้โดยใช้บัตรเครดิตวีซ่าของโจทก์ ภาระหนี้ที่โจทก์อ้างเกิดขึ้นจากแหล่งอื่นซึ่งเป็นผู้ทำขึ้น จำเลยจึงไม่เป็นลูกหนี้โจทก์และไม่ผิดสัญญาต่อโจทก์ คำให้การของจำเลยมิได้อ้างเหตุแห่งการนั้นไว้ในคำให้การว่าจำเลยมิได้เป็นลูกหนี้โจทก์ และไม่ได้ผิดสัญญาต่อโจทก์เพราะเหตุใด จึงเป็นคำให้การที่ไม่แจ้งชัด ซึ่งเหตุแห่งการนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสองจำเลยไม่มีสิทธินำพยานมาสืบ โจทก์นำสืบให้เห็นว่าจำเลยได้ใช้บัตรเครดิตวีซ่าของโจทก์ชำระค่าสินค้าและค่าบริการจากร้านค้าต่าง ๆ โจทก์ได้ออกเงินทดรองจ่ายให้ร้านค้าตามกำหนดทุกวันที่ 6 ของเดือน เมื่อคำนวณถึงวันที่ 26 เมษายน 2533จำเลยเป็นหนี้โจทก์ 294,702.43 บาท ตามรายการในบัญชีเอกสารหมาย จ.6 ถึง จ.19 นอกจากนี้จำเลยได้มีหนังสือถึงผู้จัดการสาขาบางเขนของโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.24 เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม2532 ยอมรับสภาพหนี้ว่าจำเลยได้ใช้บัตรเครดิตวีซ่าเป็นหนี้โจทก์ประมาณ 227,022.57 บาท และเสนอผ่อนชำระเดือนละ10,000 บาท ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่โจทก์ฟ้องคดีนานถึง 9 เดือนเศษรายการบัญชีตามเอกสารหมาย จ.6 ถึง จ.19 ถือได้ว่าเป็นหลักฐานแห่งหนี้โจทก์ซึ่งเป็นธนาคารมีหน้าที่จะต้องจัดทำบัญชีและหลักฐานต่าง ๆ ขึ้น สำหรับลูกค้าของโจทก์ทุกราย เพื่อแสดงยอดเงินฝากและเงินถอนระหว่างโจทก์กับลูกค้าแต่ละรายว่าเป็นหนี้ต่อกันหรือไม่เพียงใด จึงมีเหตุผลเชื่อได้ว่า โจทก์คิดคำนวณโดยสุจริตในการดำเนินธุรกิจของตนถูกต้องตามความเป็นจริงศาลรับฟังรายการบัญชีดังกล่าวได้ว่าจำเลยเป็นหนี้ตามที่โจทก์ฟ้องโดยไม่จำต้องอาศัยพยานหลักฐานอื่นพิสูจน์หนี้ของจำเลย"

          พิพากษายืน

( สมภพ โชติกวณิชย์ - สมพงษ์ สนธิเณร - ไพโรจน์ คำอ่อน )

 

ป.พ.พ.
มาตรา 801 ถ้าตัวแทนได้รับมอบอำนาจทั่วไป ท่านว่าจะทำกิจใดๆในทางจัดการแทนตัวการก็ย่อมทำได้ทุกอย่าง
แต่การเช่นอย่างจะกล่าวต่อไปนี้ ท่านว่าหาอาจจะทำได้ไม่ คือ
(1) ขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์
(2) ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์กว่าสามปีขึ้นไป
(3) ให้
(4) ประนีประนอมยอมความ
(5) ยื่นฟ้องต่อศาล
(6) มอบข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการพิจารณา

ป.วิ.พ.
มาตรา 60 คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือผู้แทนโดยชอบธรรมในกรณีที่คู่ความเป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือผู้แทนในกรณีที่คู่ความเป็น นิติบุคคลจะว่าความด้วยตนเองและดำเนินกระบวนพิจารณาทั้งปวงตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์ของตน หรือจะตั้งแต่งทนายความคนเดียวหรือหลายคนให้ว่าความ และดำเนินกระบวนพิจารณาแทนตนก็ได้
--ถ้าคู่ความหรือผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้แทนดั่งที่ ได้กล่าวมาแล้วทำหนังสือมอบอำนาจให้บุคคลใดเป็นผู้แทนตนในคดี ผู้รับมอบอำนาจเช่นว่านั้นจะว่าความอย่างทนายความไม่ได้ แต่ย่อม ตั้งทนายความเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาได้

 มาตรา 177 เมื่อได้ส่งหมายเรียกและคำฟ้องให้จำเลยแล้ว ให้จำเลยทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวัน
--ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธ ข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น
---จำเลยจะฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้ แต่ถ้าฟ้องแย้งนั้นเป็นเรื่อง อื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมแล้ว ให้ศาลสั่งให้จำเลยฟ้องเป็นคดีต่างหาก
----ให้ศาลตรวจดูคำให้การนั้นแล้วสั่งให้รับไว้ หรือให้คืนไป หรือสั่ง ไม่รับตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 18
-----บทบัญญัติแห่ง มาตรานี้ ให้ใช้บังคับแก่บุคคลภายนอกที่ถูกเรียก เข้ามาเป็นผู้ร้องสอดตาม มาตรา 57 (3) โดยอนุโลม


         




เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่ง

เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน
โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็น"เจ้าหนี้" และ "ลูกหนี้" ตามคำพิพากษา
จำเลยไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกคำบังคับ
ไม่เกินห้าหมื่นบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
การร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดต้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์
เงื่อนเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดให้สันนิษฐานว่าเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้
นำใบแต่งทนายความซึ่งปลอมลายมือชื่อไปทำสัญญายอม
อำนาจว่าความหรือดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความในศาล
ฟ้องเคลือบคลุม, สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข, วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ผู้ร้องสอดต้องมีส่วนได้เสียกับคู่ความเดิมถือเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 180
ยื่นเอกสารฝ่าฝืนต่อกฎหมายไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้(ยื่นชั้นอุทธรณ์ฎีกา)
จำเลยฟ้องแย้ง-โจทก์ทิ้งฟ้อง ไม่มีผลให้ฟ้องแย้งตกไป
อำนาจปกครองบุตร-มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลใด?
ดุลพินิจสั่งค่าฤชาธรรมเนียมคำนึงความสุจริตของคู่ความ
ฟ้องแย้งของจำเลยแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม
พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ไม่มีประเด็นข้อพิพาท
มีเส้นทางอื่นออกไม่ตัดสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์
คำขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
คำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229
ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์แล้วคดีอยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์
คำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย
ไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ฟ้องขับไล่- แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน
การส่งหมายนัดไต่สวน-สำเนาคำร้องไม่ชอบ
คำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายนัดและสำเนาคำฟ้อง
เพิกถอนการขายทอดตลาด
คำฟ้องโจทก์ไม่มีลายมือชื่อของผู้เรียงพิมพ์
คณะบุคคลไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้
หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนระบุชื่อศาลผิด
หน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐาน
อำนาจฟ้องที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
วินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำฟ้องและคำให้การ
เข้าเป็นโจทก์ร่วมต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยด้วย
ฟ้องซ้ำตาม ป. วิ. แพ่ง มาตรา 148
ฟ้องซ้ำ คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 1 เดือน
ใครมีอำนาจอนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
การถอนการบังคับคดี | คำพิพากษาถูกกลับชั้นที่สุด
ขอออกหมายบังคับคดี
ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพิกถอนการขายทอดตลาด
แจ้งคำสั่งขายทอดตลาดแก่ผู้มีส่วนได้เสีย คู่สมรสไม่มีชื่อในโฉนดที่ดิน
คำสั่งศาลที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งไม่ชอบ
ขอให้เพิกถอนการพิจารณาคดีของศาล
ผู้เสียหายฐานละเมิดอำนาจศาล
ค่าสินไหมทดแทนที่จำนวนเงินไม่แน่นอน
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
นอกฟ้องนอกประเด็น
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ฟ้องผิดต่อข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์มีทุนทรัพย์
รับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนกฎหมาย
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หน้าที่ในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ขาดนัดยื่นคำให้การ-สิทธิถามค้าน
วันนัดชี้สองสถาน
ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
การส่งคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนของผู้รับจำนอง
สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง -ขอรับชำระหนี้ได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
การบรรยายคำฟ้องที่มิได้ระบุวัน เวลาที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
คำร้องสอด
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
การนำสืบพยานหลักฐาน