ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

 ทนายความ

-ปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th 

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์  ID LINE  :      leenont

ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น จำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากเจ้าของที่ดิน และครอบครองโดยความสงบ โดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว จึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะขอให้คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ผูกพันโจทก์

 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่  18460/2555
 
นางสมลักษณ์ พรหมพันธ์ใจ             โจทก์
นางพรภิมล _                                จำเลย
 
ป.วิ.พ. มาตรา 145(2) วรรคสอง
 
            เดิมจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่าที่ดินพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยโดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 โจทก์เป็นบุตรเจ้าของที่ดินพิพาทซึ่งถึงแก่ความตายแล้วฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าว พอจะแปลความหมายได้ว่า โจทก์ประสงค์ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากเจ้าของที่ดินพิพาท และครอบครองโดยความสงบ โดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท กรณีจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จะขอให้คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวไม่ผูกพันโจทก์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคสอง (2)
 
          โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 266/2550 ว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 11409 ตำบลในเมือง (โพธิ์กลาง) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ให้จำเลยส่งมอบที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดิน
          จำเลยให้การ แก้ไขคำให้การ และฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องและขับไล่โจทก์และบริวารห้ามเข้ายุ่งเกี่ยวและรบกวนการครอบครองที่ดินพิพาทของจำเลย
          โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
          ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยนำค่าขึ้นศาลตามฟ้องแย้งมาชำระเพิ่มเติม แต่จำเลยไม่ดำเนินการภายในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยทิ้งฟ้องแย้งและจำหน่ายคดีในส่วนฟ้องแย้งออกจากสารบบความ
          ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ห้ามโจทก์และบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวรบกวนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 11409 ตำบลในเมือง (โพธิ์กลาง) อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ของจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
 
          โจทก์อุทธรณ์
          ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาห้ามโจทก์และบริวารเข้ายุ่งเกี่ยวรบกวนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทของจำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
          โจทก์ฎีกา
 
          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า มีเหตุเพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 266/2550 หรือไม่ ซึ่งพอจะแปลความหมายได้ว่า โจทก์ประสงค์ขอให้ศาลพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย โจทก์มีตัวโจทก์เบิกความว่า เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2551 โจทก์ทราบจากทนายความของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ว่าที่ดินพิพาทติดจำนองอยู่ที่ธนาคาร จำเลยมาอ้างสิทธิว่าได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวแล้ว โจทก์มอบหมายให้ทนายความตรวจสอบจึงทราบเรื่องที่จำเลยมายื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาท โจทก์และบรรดาพี่น้องของโจทก์ไม่มีผู้ใดทราบเรื่องการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างมารดาของโจทก์กับจำเลยซึ่งไม่มีเอกสารการซื้อขายกันแต่อย่างใด มารดาของโจทก์ให้นายทองสุขอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2512 และมีผู้อาศัยอื่น คือนางเครือ บ้านพักเดิมของมารดาโจทก์อยู่ห่างที่ดินพิพาทประมาณ 50 เมตร นางสมหญิง น้องสาวของโจทก์ก็เบิกความว่า นางอัมพรมารดาของพยานไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้แก่บุคคลใด หากมีการซื้อขายจริงก็จะมีสัญญาซื้อขาย แต่พยานไม่เคยเห็นสัญญาดังกล่าว พยานปากนี้ได้เบิกความตอบคำถามค้านของทนายจำเลยว่า พยานเพียงทราบว่ามารดาของพยานถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท โดยทราบเมื่อทนายความของธนาคารมาบอก ส่วนที่ดินแปลงอื่นๆ มารดาของพยานขายไปหมดแล้ว บ้านที่ปลูกสร้างบนที่ดินพิพาทพยานไม่ทราบรายละเอียดว่าจะสร้างและแบ่งให้บุคคลอื่นเช่าอาศัยอยู่ด้วยหรือไม่ จากคำเบิกความพยานโจทก์ดังกล่าวมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าทั้งตัวโจทก์และนางสมหญิงต่างไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับที่ดินพิพาทมาก่อนเลย คำเบิกความที่กล่าวอ้างว่านางอัมพรไม่เคยขายที่ดินพิพาทให้จำเลยก็ดี นางอัมพรให้นายทองสุขและจำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทก็ดี ล้วนเป็นเรื่องที่ตัวโจทก์และนางสมหญิงคิดเอาเอง จึงมีน้ำหนักน้อยที่จะรับฟัง ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยไม่มีสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทและไม่มีหลักฐานการชำระเงินมาแสดง จำเลยอ้างว่าซื้อที่ดินพิพาทตั้งแต่ปี 2512 แต่เพิ่งมาร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์เมื่อปี 2549 มีข้อพิรุธ และจำเลยอยู่ในที่ดินพิพาทในฐานะผู้อาศัยนั้น ฝ่ายจำเลยมีตัวจำเลยเบิกความยืนยันว่า นายทองสุข ได้จำเลยเป็นภริยาคนที่ 2 เมื่อปี 2512 จึงซื้อที่ดินพิพาทจากนางอัมพรเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยในราคา 50,000 บาท มีการชำระราคาครบถ้วน แต่ไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายเนื่องจากที่ดินพิพาทติดจำนองธนาคาร นางอัมพรจะนำเงิน 50,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนตามที่ระบุในสัญญาจำนองไปไถ่ถอนจำนองให้ แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเกิดดอกเบี้ยจำนวนมาก เมื่อซื้อที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยได้เลี้ยงหมูบนที่ดินพิพาทหลายปี แล้วปลูกสร้างตึกสองชั้น 3 คูหา ก่อนบุตรชายของจำเลยจะเกิด ในสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 266/2550 ของศาลชั้นต้น จำเลยมีบุตรที่เกิดจากนายทองสุข 1 คน ชื่อนายกิติศักดิ์ เกิดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2519 ตามสำเนา สูติบัตร จำเลยดำเนินการตั้งสถานบริการอาบอบนวด นางอัมพรไม่เคยมาไล่หรือฟ้องขับไล่ให้ออกจากที่ดินพิพาท ไม่เคยมายุ่งเกี่ยว ไม่มีการเรียกร้องค่าเช่าหรือเก็บเงินกินเปล่าจากจำเลย จำเลยจดทะเบียนสมรสกับนายทองสุข ตามใบสำคัญการสมรส นายทองสุข เคยซื้อที่ดินจากนางอัมพร 1 แปลง เนื้อที่ 95 ตารางวา ใส่ชื่อนางเครือ ภริยาคนแรกเป็นเจ้าของเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2506 ตามสำเนาโฉนดที่ดิน ที่ดินดังกล่าวอยู่ทางทิศใต้ติดกับที่ดินพิพาท นายศรีนาถ พยานจำเลยเบิกความว่า รู้จักกับจำเลยและนายทองสุขตั้งแต่ปี 2515 นายทองสุขเปิดสถานบริการอาบอบนวดใช้ชื่อว่า ลาสเต็ลล่า อาบอบนวด โดยสถานบริการอยู่ด้านหน้า ส่วนที่ดินพิพาทจะอยู่ติดกันบนที่ดินพิพาทสร้างเป็นอาคารตึกสองชั้น แบ่งเป็นห้องให้คนที่มาเที่ยวใช้บริการ จำเลยมีหน้าที่เชียร์แขกและเก็บเงินค่าบริการ คำเบิกความของพยานจำเลยดังกล่าวมีเหตุผลสอดคล้องกัน เมื่อพิจารณาประกอบภาพถ่ายตึกสองชั้น 3 คูหาที่ปลูกสร้างบนที่ดินพิพาท ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 266/2550 แล้ว มีลักษณะเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่มั่นคงแข็งแรงสร้างมานาน เจือสมตรงกับที่จำเลยนำสืบ เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ก็มีการส่งหมายนัดสำเนาคำร้องให้นายสมชาติ ทายาทผู้มีชื่อในโฉนดที่ดิน ปรากฏว่าส่งได้โดยวิธีปิดหมายโดยพบภูมิลำเนาตามหมายปิดอยู่ สอบถามบุคคลบ้านข้างเคียง เป็นหญิงอายุประมาณ 35 ปี แจ้งว่าทายาทผู้มีชื่อในโฉนดที่ดินออกไปทำธุระข้างนอก ไม่ทราบกำหนดเวลากลับที่แน่นอน ผู้ส่งหมายคือนายเสริมพงศ์ เจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม 4 จึงปิดหมาย นอกจากนี้ยังมีการส่งหมายนัดสำเนาคำร้องให้ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ผู้รับจำนอง เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ยึดทรัพย์ และมีการปิดประกาศศาลชั้นต้นเรื่องคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ตามระเบียบแล้ว ปรากฏว่าไม่มีผู้คัดค้าน โจทก์เองก็เบิกความรับว่า นายสมชาติเป็นพี่ชายของโจทก์มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังเดียวกับนางอัมพร การไต่สวนคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทของศาลชั้นต้นจึงเป็นไปโดยชอบทุกประการ พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบจึงมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของโจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า จำเลยซื้อที่ดินพิพาทจากนางอัมพร และครอบครองโดยความสงบ โดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว จำเลยจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา กรณีจึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นที่จะขอให้คำสั่งของศาลชั้นต้นในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 266/2550 ไม่ผูกพันโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคสอง (2) ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น
          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
 
 
( วีระชาติ เอี่ยมประไพ - ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ - สุทธิโชค เทพไตรรัตน์ )
 
ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสริโยธิน พูนมั่น
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายวีรภัทร ไพบูลย์วัฒนกิจ
 
มาตรา 145  ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการอุทธรณ์ฎีกา และการพิจารณาใหม่ คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่ง นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่ง จนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี
ถึงแม้ศาลจะได้กล่าวไว้โดยทั่วไปว่าให้ใช้คำพิพากษาบังคับแก่บุคคลภายนอกซึ่งมิได้เป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลด้วยก็ดี คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นย่อมไม่ผูกพันบุคคลภายนอก เว้นแต่ที่บัญญัติไว้ในมาตรา 142 (1), 245 และ 274 และในข้อต่อไปนี้
(1) คำพิพากษาเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคล หรือคำพิพากษาสั่งให้เลิกนิติบุคคล หรือคำสั่งเรื่องล้มละลายเหล่านี้ บุคคลภายนอกจะยกขึ้นอ้างอิงหรือจะใช้ยันแก่บุคคลภายนอกก็ได้
(2) คำพิพากษาที่วินิจฉัยถึงกรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินใด ๆ เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า

 

 
 
 



เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่ง

เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน
โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็น"เจ้าหนี้" และ "ลูกหนี้" ตามคำพิพากษา
จำเลยไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกคำบังคับ
ไม่เกินห้าหมื่นบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
การร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดต้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์
เงื่อนเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดให้สันนิษฐานว่าเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้
นำใบแต่งทนายความซึ่งปลอมลายมือชื่อไปทำสัญญายอม
อำนาจว่าความหรือดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความในศาล
ฟ้องเคลือบคลุม, สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข, วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ผู้ร้องสอดต้องมีส่วนได้เสียกับคู่ความเดิมถือเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 180
ยื่นเอกสารฝ่าฝืนต่อกฎหมายไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้(ยื่นชั้นอุทธรณ์ฎีกา)
จำเลยฟ้องแย้ง-โจทก์ทิ้งฟ้อง ไม่มีผลให้ฟ้องแย้งตกไป
อำนาจปกครองบุตร-มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลใด?
ดุลพินิจสั่งค่าฤชาธรรมเนียมคำนึงความสุจริตของคู่ความ
ฟ้องแย้งของจำเลยแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม
พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ไม่มีประเด็นข้อพิพาท
มีเส้นทางอื่นออกไม่ตัดสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์
คำขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
คำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229
ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์แล้วคดีอยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์
คำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย
ไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ฟ้องขับไล่- แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน
การส่งหมายนัดไต่สวน-สำเนาคำร้องไม่ชอบ
คำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายนัดและสำเนาคำฟ้อง
เพิกถอนการขายทอดตลาด
คำฟ้องโจทก์ไม่มีลายมือชื่อของผู้เรียงพิมพ์
คณะบุคคลไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้
มอบอำนาจให้ฟ้องคดีไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดสิทธิฟ้อง
หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนระบุชื่อศาลผิด
หน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐาน
อำนาจฟ้องที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
วินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำฟ้องและคำให้การ
เข้าเป็นโจทก์ร่วมต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยด้วย
ฟ้องซ้ำตาม ป. วิ. แพ่ง มาตรา 148
ฟ้องซ้ำ คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 1 เดือน
ใครมีอำนาจอนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
การถอนการบังคับคดี | คำพิพากษาถูกกลับชั้นที่สุด
ขอออกหมายบังคับคดี
ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพิกถอนการขายทอดตลาด
แจ้งคำสั่งขายทอดตลาดแก่ผู้มีส่วนได้เสีย คู่สมรสไม่มีชื่อในโฉนดที่ดิน
คำสั่งศาลที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งไม่ชอบ
ขอให้เพิกถอนการพิจารณาคดีของศาล
ผู้เสียหายฐานละเมิดอำนาจศาล
ค่าสินไหมทดแทนที่จำนวนเงินไม่แน่นอน
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
นอกฟ้องนอกประเด็น
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ฟ้องผิดต่อข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์มีทุนทรัพย์
รับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนกฎหมาย
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หน้าที่ในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ขาดนัดยื่นคำให้การ-สิทธิถามค้าน
วันนัดชี้สองสถาน
ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
การส่งคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนของผู้รับจำนอง
สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง -ขอรับชำระหนี้ได้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
การบรรยายคำฟ้องที่มิได้ระบุวัน เวลาที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
คำร้องสอด
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
การนำสืบพยานหลักฐาน