ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน

ทนายความ

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )

ไอดีไลน์  ID line  :      leenont 

 

เพิกถอนการขายทอดตลาดหากเป็นประวิงให้ชักช้าต้องรับผิดชดค่าสินไหมทดแทน

การขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดนั้นหากยื่นคำร้องเข้ามาโดยไม่มีมูลและเพื่อประวิงให้ชักช้ายังให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ซื้อทรัพย์ ดังนี้ผู้ซื้อทรัพย์มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ผู้ยื่นคำร้องเพิกถอนการขายทอดตลาดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนได้ แต่ในคดีนี้จำเลยเจ้าของทรัพย์เดิมได้ตกลงกับธนาคารผู้เป็นโจทก์ขอผ่อนชำระหนี้แต่ธนาคารไม่ได้แจ้งให้งดการบังคับคดีโดยงดการขายทอดตลาดจึงมีเหตุที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายได้ ไม่ใช่การยื่นคำร้องโดยไม่มีมูลและเพื่อประวิงให้ชักช้าจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ซื้อทรัพย์

 คำพิพากษาศาลฎีกาที่  7313/2552

          ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ประกอบมาตรา 296 วรรคสอง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสองผู้ร้องทั้งสองยื่นอุทธรณ์ ดังนี้ หากผู้ซื้อทรัพย์เห็นว่า คำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของผู้ร้องทั้งสองไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า ผู้ซื้อทรัพย์ย่อมมีสิทธิที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนได้ ในกรณีเช่นว่านี้ ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกการพิจารณาเป็นสำนวนต่างหากจากคดีเดิม ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคหก การที่ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนในคดีเดิมจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ โดยจำเลยทั้งสามตกลงผ่อนชำระเป็นงวด หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด ยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 2732 ตำบลท่าม่วง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา เนื้อที่ 23 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบ้าน 2 ชั้น ของจำเลยที่ 3 ซึ่งจดทะเบียนจำนองไว้กับโจทก์ เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาที่ดิน 250,000 บาท ราคาสิ่งปลูกสร้าง 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 300,000 บาท ระหว่างบังคับคดีจำเลยที่ 3 ถึงแก่ความตาย เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ในการขายทอดตลาดครั้งแรกไม่มีผู้เข้าสู้ราคา ครั้งที่ 2 มีผู้เข้าสู้ราคาหนึ่งราย เสนอราคาสูงสุดที่ 240,000 บาท จำเลยที่ 3 คัดค้านการขาย เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงงดการขาย วันที่ 19 เมษายน 2545 จำเลยที่ 1 ติดต่อกับโจทก์เพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้และได้ทำบันทึกข้อตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ขึ้นในวันดังกล่าว โดยโจทก์ยอมให้จำเลยทั้งสามผ่อนชำระหนี้ได้ ซึ่งจำเลยทั้งสามได้ผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้แต่ชำระตรงตามสัญญาและไม่ตรงตามสัญญาบ้าง แต่โจทก์มิได้แจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงขายทอดตลาดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 3 ต่อมาวันที่ 1 ธันวาคม 2546 ได้มีการขายทอดตลาดครั้งที่ 4 เจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งให้แก่ทายาทของจำเลยที่ 3 คือ นางกมลวรรณ นางวิภาวรรณ และผู้ร้องที่ 2 ทราบ แต่ไม่ได้แจ้งให้ผู้ร้องที่ 1 ทราบ มีผู้เข้าสู้ราคา 2 ราย ผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ให้ราคาสูงสุด 530,000 บาท เจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นว่าเป็นราคาที่สมควรขายจึงเคาะไม้ขายให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ ผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ผู้ซื้อทรัพย์คัดค้านและขอให้ศาลสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองวางเงินประกันความเสียหาย ต่อมาผู้ร้องทั้งสองนำเงินประกันความเสียหายมาวางศาล 50,000 บาท ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องว่า คำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดไม่มีมูล ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า ทำให้ผู้ซื้อทรัพย์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถเข้าอยู่อาศัยในทรัพย์ที่ซื้อคิดเป็นค่าขาดประโยชน์เดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันที่ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องจนถึงวันที่ศาลชั้นต้นยกคำร้องเป็นเวลา 15 เดือน เป็นเงิน 75,000 บาท และผู้ซื้อทรัพย์ต้องเสียค่าทนายความและค่าจ้างในการต่อสู้คดีเป็นเงิน 100,000 บาท ขอให้บังคับผู้ร้องทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันมีคำสั่งเป็นต้นไปโดยขอรับเงินประกันความเสียหายที่ผู้ร้องทั้งสองวางศาลมาชำระเป็นค่าเสียหายส่วนหนึ่ง

          ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

          ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่ง (วันที่ 21 มีนาคม 2548) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ซื้อทรัพย์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

          ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ซื้อทรัพย์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

          ผู้ซื้อทรัพย์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีประเด็นต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ซื้อทรัพย์ว่า หากผู้ซื้อทรัพย์ได้รับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ซื้อทรัพย์มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลในคดีเดิมได้หรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดทรัพย์โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย กล่าวคือมิได้แจ้งประกาศการขายทอดตลาดทรัพย์ให้จำเลยที่ 1 หรือให้แก่ผู้ร้องทั้งสองซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียทราบถึงวันขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ทั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ไปโดยไม่สุจริต สมรู้ร่วมคิดกับผู้ซื้อทรัพย์กดราคา และกระทำโดยประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องทั้งสอง จึงเป็นการร้องขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ทวิ วรรคสอง ประกอบมาตรา 296 วรรคสอง หากผู้ซื้อทรัพย์ซึ่งอาจได้รับความเสียหายเนื่องจากการยื่นคำร้องขอดังกล่าวเห็นว่ามีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า ศาลมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองวางเงินหรือหาประกันต่อศาลภายในระยะเวลาที่ศาลเห็นสมควรกำหนด เพื่อเป็นการประกันค่าสินไหมทดแทนแก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือบุคคลนั้นได้ ซึ่งผู้ซื้อทรัพย์ได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองนำเงินมาวางประกัน 50,000 บาท ซึ่งผู้ร้องทั้งสองได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องทั้งสองยื่นอุทธรณ์ หากผู้ซื้อทรัพย์เห็นว่าคำร้องนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า ผู้ซื้อทรัพย์ก็มีสิทธิที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าวเพื่อขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองนั้นชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนได้ ในกรณีเช่นว่านี้ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้แยกการพิจารณาเป็นสำนวนต่างหากจากคดีเดิม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคท้าย ดังนั้น ที่ผู้ซื้อทรัพย์ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องทั้งสองชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนในคดีเดิมจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ฎีกาข้อนี้ของผู้ซื้อทรัพย์ฟังขึ้น

          ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า การยื่นคำร้องของผู้ร้องทั้งสองไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้าหรือไม่ เห็นว่า ระหว่างการขายทอดตลาดทรัพย์จำเลยที่ 3 ได้ตกลงกับโจทก์โดยขอผ่อนชำระหนี้ ตามบันทึกข้อตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ และจำเลยที่ 3 ได้ผ่อนชำระตามบันทึกดังกล่าวให้แก่โจทก์ โจทก์จึงมีหน้าที่ที่จะขอให้งดการบังคับคดี โดยงดการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ไว้ แต่โจทก์หาได้กระทำแต่อย่างใด คงปล่อยให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 3 ทั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้แจ้งให้ผู้ร้องที่ 1 ทราบถึงวันขายทอดตลาด พฤติการณ์ดังกล่าวจึงมีเหตุให้ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด จึงมิใช่การยื่นคำร้องโดยไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงให้ชักช้า ฎีกาข้อนี้ของผู้ซื้อทรัพย์ฟังไม่ขึ้น

          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.

( ศิริชัย วัฒนโยธิน - ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล - กีรติ กาญจนรินทร์ )
ศาลจังหวัดสงขลา - นางสาวสุภัทรา กรอุไร
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายจิรพงษ์ ทัศน์เอี่ยม
ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง, 296 วรรคหก, 309 ทวิ วรรคสอง




เกี่ยวกับวิธีพิจารณาความแพ่ง

โจทก์และจำเลยต่างมีสภาพเป็น"เจ้าหนี้" และ "ลูกหนี้" ตามคำพิพากษา
จำเลยไม่ใช่บุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลออกคำบังคับ
ไม่เกินห้าหมื่นบาทห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง
การร้องขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ถูกยึดต้องอ้างว่าจำเลยไม่ใช่เจ้าของทรัพย์
เงื่อนเวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดให้สันนิษฐานว่าเพื่อประโยชน์แก่ฝ่ายลูกหนี้
นำใบแต่งทนายความซึ่งปลอมลายมือชื่อไปทำสัญญายอม
อำนาจว่าความหรือดำเนินกระบวนพิจารณาของทนายความในศาล
ฟ้องเคลือบคลุม, สัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข, วางประจำไว้หรือได้ชำระหนี้บางส่วนแล้ว
คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
ค่าเสียหายตามคำพิพากษาและค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน
ผู้ร้องสอดต้องมีส่วนได้เสียกับคู่ความเดิมถือเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม
แก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยเป็นข้อยกเว้นตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 180
ยื่นเอกสารฝ่าฝืนต่อกฎหมายไม่อาจรับฟังเป็นพยานได้(ยื่นชั้นอุทธรณ์ฎีกา)
จำเลยฟ้องแย้ง-โจทก์ทิ้งฟ้อง ไม่มีผลให้ฟ้องแย้งตกไป
อำนาจปกครองบุตร-มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลใด?
ดุลพินิจสั่งค่าฤชาธรรมเนียมคำนึงความสุจริตของคู่ความ
ฟ้องแย้งของจำเลยแตกต่างกันกับคำฟ้องเดิม
พินัยกรรมชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?ไม่มีประเด็นข้อพิพาท
มีเส้นทางอื่นออกไม่ตัดสิทธิขอคุ้มครองประโยชน์
คำขอให้คุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา
คำร้องขอขยายระยะเวลาในการวางเงินค่าธรรมเนียมตามมาตรา 229
ผู้อุทธรณ์ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์แล้วคดีอยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์
คำสั่งรับหรือไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย
ไม่รับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ฟ้องขับไล่- แสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนดเวลา 8 วัน
การส่งหมายนัดไต่สวน-สำเนาคำร้องไม่ชอบ
คำสั่งให้โจทก์นำส่งหมายนัดและสำเนาคำฟ้อง
เพิกถอนการขายทอดตลาด
คำฟ้องโจทก์ไม่มีลายมือชื่อของผู้เรียงพิมพ์
คณะบุคคลไม่อาจเป็นคู่ความในคดีได้
มอบอำนาจให้ฟ้องคดีไว้ล่วงหน้าก่อนเกิดสิทธิฟ้อง
หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนระบุชื่อศาลผิด
หน้าที่นำสืบหักล้างข้อสันนิษฐาน
อำนาจฟ้องที่รัฐเป็นผู้เสียหาย
ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
วินิจฉัยนอกเหนือไปจากคำฟ้องและคำให้การ
เข้าเป็นโจทก์ร่วมต้องเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยด้วย
ฟ้องซ้ำตาม ป. วิ. แพ่ง มาตรา 148
ฟ้องซ้ำ คู่ความเดียวกันรื้อร้องฟ้องกันอีก
การยื่นอุทธรณ์คำสั่งภายในกำหนด 1 เดือน
ใครมีอำนาจอนุญาตให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้
การถอนการบังคับคดี | คำพิพากษาถูกกลับชั้นที่สุด
ขอออกหมายบังคับคดี
ผู้สวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสีย เพิกถอนการขายทอดตลาด
แจ้งคำสั่งขายทอดตลาดแก่ผู้มีส่วนได้เสีย คู่สมรสไม่มีชื่อในโฉนดที่ดิน
คำสั่งศาลที่ไม่รับอุทธรณ์คำสั่งไม่ชอบ
ขอให้เพิกถอนการพิจารณาคดีของศาล
ผู้เสียหายฐานละเมิดอำนาจศาล
ค่าสินไหมทดแทนที่จำนวนเงินไม่แน่นอน
ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
นอกฟ้องนอกประเด็น
ข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
ฟ้องผิดต่อข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร
คดีที่มีคำขอปลดเปลื้องทุกข์มีทุนทรัพย์
รับฟังพยานหลักฐานฝ่าฝืนกฎหมาย
ภาษีโรงเรือนและที่ดิน
หน้าที่ในการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน
ขาดนัดยื่นคำให้การ-สิทธิถามค้าน
วันนัดชี้สองสถาน
ห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง
การส่งคำสั่งอายัดของเจ้าพนักงานบังคับคดี
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนของผู้รับจำนอง
สิทธิในฐานะผู้รับจำนอง | รับชำระหนี้
การบรรยายคำฟ้องที่มิได้ระบุวัน เวลาที่แน่ชัดว่าเป็นวันที่เท่าใด ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม
คำร้องสอด
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม
ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้น-ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์
การนำสืบพยานหลักฐาน