ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



รับของโจร รับซื้อทรัพย์ของกลางโดยรู้อยู่ว่าได้มาโดยการลักทรัพย์

สำนักงานทนายความ

-ปรึกษากฎหมายทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.0859604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th

-ปรึกษากฎหมายผ่างทางไลน์ ไอดีไลน์ ID LINE   :     leenont

รับซื้อโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์

รับของโจร | รับซื้อของกลางไว้โดยสุจริต

โจทก์ไม่ได้ประสงค์จะให้ลงโทษฐานรับของโจรเพื่อค้ากำไร จึงไม่อาจลงโทษจำเลยได้ จำเลยนำสืบว่ารับซื้อทรัพย์ของกลางโดยสุจริต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดจำคุก 3 ปี รับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษ จำคุก 2  ปี

คำพิพากษาฎีกาที่ 528/2550

     จำเลยรับซื้อทรัพย์ของกลางโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ การที่จำเลยนำทรัพย์ดังกล่าวไปขายต่อ แม้จะเป็นการกระทำความผิดฐานรับของโจรเพื่อค้ากำไรก็ตาม แต่เมื่อคำบรรยายฟ้องโจทก์มิได้บรรยายว่า จำเลยรับของโจรเพื่อค้ากำไร จึงมิอาจลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคสองได้ เพราะโจทก์ไม่ได้ประสงค์จะให้ลงโทษตามบทดังกล่าว คงลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 357 วรรคหนึ่ง เท่านั้น

 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334, 335, 336 ทวิ, 357, 83 กับขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนอีก 8 รายการ รวมราคา 87,000 บาท ให้แก่ผู้เสียหาย
          จำเลยให้การปฏิเสธ

          ระหว่างพิจารณาพันตำรวจโท ณรงค์ชัย ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

          ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและเบิกความเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี ข้อหาลักทรัพย์และคำขออื่นให้ยก
          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

          โจทก์ฎีกา
                          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2541 ถึงวันที่ 3 เมษายน 2541 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด มีคนร้ายเข้าไปในเคหสถานของพันตำรวจโท ณรงค์ชัย โจทก์ร่วม ซึ่งไม่มีผู้ใดอยู่อาศัย แล้วลักบานประตูไม้สักแบบต่าง ๆ รวม 13 บาน เครื่องปรับอากาศ 1 ชุด โคมไฟเซรามิค 6 ช่อ เตาไฟฟ้า 1 เตา ถังแก๊ส 1 ถัง ลูกกรงทำด้วยไม้กลึง 29 ท่อน พระพุทธรูปบูชา 6 องค์ และกระจกเงากรอบไม้สัก 1 บาน รวมราคา 166,000 บาท ของโจทก์ร่วม โดยคนร้ายใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะขนทรัพย์สินดังกล่าวไป ต่อมาโจทก์ร่วมทราบเลขทะเบียนรถยนต์กระบะซึ่งเป็นยานพาหนะที่มาขนทรัพย์สินไป จึงได้ให้เจ้าพนักงานตำรวจติดตามเจ้าของรถยนต์กระบะมาสอบถาม แล้วให้นำไปชี้ร้านค้าที่รับซื้อทรัพย์สินไว้ ซึ่งเป็นร้านค้าไม้เก่าของจำเลย จากนั้นโจทก์ร่วมไปหาจำเลยสอบถามขอซื้อบานประตูไม้สักที่มีลักษณะแบบเดียวกับที่ถูกลักไป จำเลยพาไปดูข้างในสุดของร้าน พบบานประตูไม้สักลายลูกฟัก 4 บาน ลายบานเกร็ดยาว 3 บาน ลายบานเกล็ดครึ่งบาน 1 บาน ประตูไม้สักบานโค้งลายลูกฟัก 1 คู่ และลูกกรงทำด้วยไม้กลึง 29 ท่อน ซึ่งโจทก์ร่วมจำได้ว่าเป็นของตน จึงเจรจาขอซื้อโดยขอซื้อเฉพาะบานประตูไม้สักรวม 10 บานก่อน ส่วนลูกกรงทำด้วยไม้กลึงจะมาซื้อภายหลัง แล้วให้จำเลยขับรถยนต์บรรทุกบานประตูไม้สักดังกล่าวไปส่งที่บ้านโจทก์ร่วม แต่ระหว่างทางโจทก์ร่วมให้จำเลยหยุดที่สถานีตำรวจนครบาลลาดกระบัง และแจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยดำเนินคดี จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจย้อนกลับไปยึดลูกกรงทำด้วยไม้กลึง 29 ท่อน ที่ร้านค้าของจำเลยมาเป็นของกลางเพิ่ม ต่อมาโจทก์ร่วมนำของกลางไปติดตั้งตามตำแหน่งเดิมที่บ้านเกิดเหตุ ปรากฏว่าสามารถติดตั้งได้ แสดงว่าเป็นของที่ถูกลักไปจริง จำเลยไม่โต้แย้งกรรมสิทธิ์ เจ้าพนักงานตำรวจจึงคืนของกลางทั้งหมดแก่โจทก์ร่วม

                              คดีนี้โจทก์และโจทก์ร่วมนำสืบว่า จำเลยรับซื้อทรัพย์ของกลางโดยมีข้อพิรุธหลายประการ จำเลยนำสืบว่ารับซื้อทรัพย์ของกลางโดยสุจริต เห็นว่า ทรัพย์ของกลางที่ยึดได้จากจำเลยเป็นบานประตูไม้สักที่มีแบบรูปทรงสี่เหลี่ยมและเป็นบานโค้ง ซึ่งปกติต้องติดตั้งกับวงกบไม้ ได้ความจากโจทก์ร่วมว่า โจทก์ร่วมสั่งทำบานประตูดังกล่าวเป็นพิเศษมีขนาดใหญ่กว่าบานประตูทั่วไป วงกบที่ติดตั้งบานประตูของกลางจึงมีขนาดแตกต่างไปจากวงกบทั่วไปเช่นกัน หากผู้นำบานประตูของกลางมาขายให้จำเลยเนื่องจากได้รับเหมาทุบตึกมาจริงดังที่จำเลยให้การไว้ในชั้นสอบสวนก็ควรต้องมีวงกบคู่มากับบานประตูดังกล่าว โดยจำเลยผู้มีอาชีพค้าไม้เก่ามานานนับสิบปีย่อมต้องทราบข้อเท็จจริงนี้ การที่จำเลยรับซื้อบานประตูไม้สักของกลางโดยไม่มีวงกบประกอบมาด้วย จึงเป็นข้อส่อพิรุธ นอกจากนี้ แม้บานประตูและลูกกรงที่ยึดคืนมาจะผ่านการใช้งานแล้ว แต่ยังใหม่และมีสภาพดี ซึ่งจำเลยบอกขายโจทก์ร่วมในราคาหลายหมื่นบาท แต่จำเลยกลับซื้อทรัพย์ของกลางมาจากชายแปลกหน้าในยามวิกาลในราคาไม่ถึงหมื่นบาทซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่แท้จริงอยู่มาก ทั้งยังเป็นราคาที่จำเลยเป็นผู้กำหนดเองฝ่ายเดียวโดยกลุ่มชายผู้ขายให้จำเลยไม่ได้ร่วมกำหนดหรือต่อรองด้วย ส่อแสดงว่าจำเลยรู้อยู่ว่า อย่างไรเสีย ชายกลุ่มดังกล่าวต้องรีบร้อนและยอมขายทรัพย์ของกลางให้แก่จำเลย จึงเป็นข้อพิรุธอีกประการหนึ่งของจำเลย ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมฟังได้ว่า จำเลยรับซื้อทรัพย์จของกลางโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ การที่จำเลยนำทรัพย์ดังกล่าวไปขายต่อ แม้จะเป็นการกระทำความผิดฐานรับของโจรเพื่อค้ากำไรก็ตาม แต่เมื่อคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายว่า จำเลยรับของโจรเพื่อค้ากำไร จึงมิอาจลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคสอง ได้ เพราะโจทก์ไม่ประสงค์จะให้ศาลลงโทษตามบทดังกล่าว คงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง เท่านั้น

                            พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคหนึ่ง จำคุก 2 ปี ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้หนึ่งในสามแล้วคงจำคุก 1 ปี 4 เดือน ข้อหาและคำขออื่นให้ยก

ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), 192 วรรคสี่
ป.อ. มาตรา 357 วรรคสอง, 357 วรรคหนึ่ง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 2      ในประมวลกฎหมายนี้
.......(4) "ผู้เสียหาย" หมายความถึงบุคคลผู้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากการกระทำผิดฐานใดฐานหนึ่ง รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจ จัดการแทนได้ดั่งบัญญัติไว้ใน มาตรา 4 มาตรา 5 และ มาตรา 6 "
       (5)............
มาตรา 192      ห้ามมิให้พิพากษา หรือสั่ง เกินคำขอหรือที่มิได้กล่าว ในฟ้อง
......(วรรคสี่)ถ้าศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงบางข้อดั่งกล่าวในฟ้อง และตามที่ปรากฏ ในทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ห้ามมิให้ ศาลลงโทษจำเลยในข้อเท็จจริงนั้น ๆ " .........

ประมวลกฎหมายอาญา
 มาตรา 357      ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระ ทำความผิดถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีด เอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอกหรือ เจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจรต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้ง จำทั้งปรับ
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำเพื่อค้ากำไร หรือได้กระทำต่อทรัพย์อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตาม มาตรา 335 (10) ชิงทรัพย์หรือปล้นทรัพย์ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หกเดือนถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงสองหมื่นบาท
ถ้าการกระทำความผิดฐานรับของโจรนั้น ได้กระทำต่อทรัพย์ อันได้มาโดยการลักทรัพย์ตาม มาตรา 335 ทวิ การชิงทรัพย์ตาม มาตรา 339 ทวิ หรือการปล้นทรัพย์ตาม มาตรา 340 ทวิ ผู้กระทำ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่น บาทถึงสามหมื่นบาท

ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  พงษ์ศิริสุวรรณ  โทร.  0859604258    *  
www.lawyerleenont.com   *   สำนักงานพีศิริ ทนายความ

 




คำพิพากษาศาลฎีกา

เขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ถอนคืนการให้-ประพฤติเนรคุณ หมิ่นประมาทผู้ให้อย่างร้ายแรง
ผู้ให้เช่าซื้อ(เจ้าหนี้)ใช้สิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนจากลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์
ผู้รับจำนองย่อมมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นที่นำยึดทรัพย์
ความผิดฐานบุกรุกเคหสถาน
การนับระยะเวลาอายุความคดีอาญา
เรียกค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
อายุความสิทธิเรียกร้องมูลละเมิด
สัญญาที่ผู้บริโภคเสียเปรียบเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ความผิดฐานพรากเด็ก(ผู้เยาว์)อายุยังไม่เกิน 15 ปี
ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม-ผู้เสียหาย
สัญญากู้ยืมเงินแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาชำระหนี้,การคิดดอกเบี้ยผิดนัด
พรากผู้เยาว์,กระทำชำเราเด็กหญิงไม่เกิน 15 ปี
ผู้ค้ำประกันไม่ได้รับสภาพหนี้ มิได้เป็นการแปลงหนี้ใหม่ หนี้เดิมไม่ระงับ
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง- “สภาพการจ้าง” คืออะไร?
สิทธิเรียกร้องไล่เบี้ยลูกจ้าง
ลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
ผู้มีส่วนได้เสียเท่านั้นที่จะขอให้ศาลเพิกถอนผู้จัดการมรดก
ความรับผิดของผู้รับประกันภัย
สิทธิหยุดพักผ่อนของลูกจ้าง
คำร้องขอคืนรถยนต์ของกลาง
หนี้ร่วมระหว่างสามีภริยา หนังสือให้ความยินยอมทำนิติกรรม
ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ต้องริบเสียทั้งสิ้น
ละเมิดอำนาจศาล-ทนายความเรียกค่าวิ่งเต้นคดี
ใบแต่งทนาย-ทนายความขอแรง
อำนาจสอบสวน ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า การเลิกจ้างในระหว่างการทดลองงาน
ร้องขัดทรัพย์-ตัวการไม่เปิดเผยชื่อ
ควบคุมหรือขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
โอนที่ดินให้บุตรไม่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษ
นับอายุความละเมิดเรียกค่าเสียหาย
สัญญาขายฝาก-การวางทรัพย์-การขยายกำหนดเวลาไถ่
การเข้ามอบตัวถือว่าจำเลยถูกจับแล้ว
ภาระจำยอมโดยอายุความ-ใช้ทางในลักษณะปรปักษ์
คำวินิจฉัยอุทธรณ์เป็นที่สุด
อุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา
แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน- สภาพการจ้าง
การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง
การใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการ
ฐานค่าจ้างในการคำนวณจ่ายค่าชดเชย
ข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ
คำร้องสอดเป็นฟ้องซ้อน, ฟ้องซ้อนปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
พิพากษาเกินไปกว่าคำขอท้ายฟ้อง
เรียกค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
หนี้ที่จะต้องรับผิดตามสัญญาจำนอง
ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งริบ
ผู้ลงลายมือชื่อรับรองในตั๋วเงิน
คำสั่งยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ | อุทธรณ์คำสั่งยกคำร้อง
สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมและผลประโยชน์ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี
ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
รายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิ
ฎีกาไม่มีลายมือชื่อไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฎีกาของจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อผู้ฎีกา
ค่าชดเชยการเลิกจ้างและดอกเบี้ย
สิทธิในการดำเนินคดีเป็นโจทก์ร่วม
ช่วยซ่อนเร้นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด
การกระทำต่อเนื่อง-ความผิดฐานบุกรุก
ขอให้ศาลรวมโทษจำคุก,ความผิดหลายกรรม
ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ไม่ชอบหรือไม่?
ครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย 62 เม็ด โทษ 4 ปี 9 เดือน
ผลของการไม่ชำระค่าปรับภายในสามสิบวัน
การประเมินภาษีเงินได้-อำนาจออกหมายเรียก
สิทธิแจ้งความร้องทุกข์ของผู้เสียหาย
กฎหมายยกเลิกความผิด-การใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย
ไม่แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาทราบไม่ทำให้การสอบสวนคดีไม่ชอบ
การฟอกเงิน-ยกประโยชน์แห่งความสงสัย
บิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก
ตรวจค้น-จับกุมมิชอบด้วยกฎหมาย
นำสืบประกอบคำให้การรับสารภาพ
ลูกหนี้ร่วม-เจ้าหนี้ฟ้องให้ล้มละลายได้
ศาลไม่อาจลงโทษเกินไปกว่าที่โจทก์บรรยายในคำฟ้อง เมทแอมเฟตามีน
เจ้าเพนักงานพิทักษ์ทรัพย์-สิทธิจัดการทรัพย์สินลูกหนี้
ค่าอุปการะเลี้ยงดู ค่าเลี้ยงชีพ อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์
ผู้จัดการมรดก-ผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก พินัยกรรม
เหตุสุดวิสัย หรือ ประมาทเลินเล่อ เรียกค่าขาดไร้อุปการะ
ผิดสัญญาหมั้น | เรียกค่าทดแทน | สินสอด
ความผิดฐานร่วมกันบุกรุกที่ดินราชพัสดุ
ฎีกาปัญหาข้อกฎหมาย ฟ้องซ้ำ หลายกรรมต่างกัน การกระทำต่อผู้เสียหายต่างรายกัน
ครอบครองปรปักษ์ก่อนออกโฉนดที่ดินไม่นำมารวมหลังออกโฉนด
การจราจรติดขัดไม่ใช่เหตุสุดวิสัย
ไม่เข้าเหตุถอนคืนการให้ | หมิ่นประมาทอย่างร้ายแรง
ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น,ชั้นอุทธรณ์
ฟ้องโจทก์ไม่สมบูรณ์ | ปัสสาวะสีม่วง | เสพเมทแอมเฟตามีน
การริบทรัพย์สินของกลาง ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด
ตั๋วสัญญาใช้เงินที่จะต้องนำไปให้ผู้ออกตั๋วจดรับรู้
ประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้ | ความรับผิดของผู้ว่าจ้าง
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพ, ปรับโครงสร้างหนี้
ผลของคำสั่งให้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด | ผู้ชำระบัญชี
อายุความเรียกค่าเสียหาย | ค่าสินไหมทดแทน | ฟ้องนายจ้าง
ทางจำเป็นและทางภาระจำยอม
ขอเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
การบรรยายฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิด
ทุนทรัพย์ไม่เกินสามแสน | เขตอำนาจศาลแขวง
คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ อำนาจศาลชั้นต้นที่จะสั่งแก้ไขคำสั่งที่ผิดหลง
การรับสภาพหนี้อายุความสะดุดหยุดลง
รับสมอ้างต่อศาลว่าเป็นจำเลย ละเมิดอำนาจศาล เปลี่ยนตัวจำเลย
ขอให้ศาลแรงงานพิจารณาคดีใหม่