Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletเพิ่มเว็บไซต์
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletสำนัก ทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




ขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนอง

ขายทอดตลาดทรัพย์สินซึ่งจำนอง

 


คำพิพากษาศาลฎีกาที่  3655/2538

 

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 วรรคหนึ่ง ให้สิทธิแก่ผู้รับจำนองที่จะเลือกว่าให้นำทรัพย์สินจำนองออกขายโดยปลอดจำนองแล้วนำเงินที่ได้จากการขายมาชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้อื่นก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามหากผู้รับจำนองไม่ประสงค์จะใช้สิทธิบังคับจำนองก็อาจให้ขายทรัพย์นั้นโดยติดจำนองก็ได้ เพราะการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิจำนองซึ่งผู้รับจำนองอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287 และในกรณีจำนองอสังหาริมทรัพย์วรรคสองของมาตรา 289 ได้บัญญัติให้ผู้รับจำนองยื่นคำร้องเสียก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดทั้งนี้เพื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้ดำเนินการไปได้โดยถูกต้องตามเจตนาของผู้รับจำนองการที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองไม่ได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลก่อนเอาทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดจึงหาเป็นเหตุให้ผู้ร้องหมดสิทธิในฐานะผู้รับจำนองไปไม่เมื่อเอาทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดโดยปลอดจำนองแล้วก็จะต้องชำระหนี้จำนองให้แก่ผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 732


คดีนี้สืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแต่จำเลยทั้งสองมิได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่  35778 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งจำเลยประกันหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีไว้แก่ผู้ร้อง เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ขายทอดตลาดโดยปลอดจำนองเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2532 โจทก์เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 460,000 บาท ผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้จำนองได้ยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2533 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าผู้ร้องยื่นคำร้องเมื่อพ้นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่น ตามคำร้องโจทก์และผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้  ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำร้องตามที่ผู้ร้องยื่นต่อศาลมานี้ผู้ร้องยื่นขอต่อศาลเพื่อให้เอาเงินที่ได้มาจากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้ของผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้อื่นๆ อันเป็นการใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 วรรคสอง ซึ่งตามบทกฎหมายดังกล่าวได้กำหนดระยะเวลาให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอก่อนเอาทรัพย์นั้นออกขายทอดตลาด ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าผู้ร้องมายื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้ก่อนโดยยื่นในวันที่ 25 มกราคม 2533 ซึ่งเป็นเวลาภายหลังที่ได้มีการขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองแล้วจึงเป็นการยื่นเมื่อพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมาย ผู้ร้องย่อมไม่มีสิทธิขอให้เอาเงินที่ได้มาจากการขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้จำนองของผู้ร้องก่อนเจ้าหนี้รายอื่นพิพากษากลับให้ยกคำร้องของผู้ร้อง

โจทก์และผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ต่างยื่นคำร้องว่าโจทก์และผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ได้ขอรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดจากเจ้าพนักงานบังคับคดีแต่เจ้าพนักงานบังคับคดีอ้างว่าต้องสอบถามผู้ร้องก่อนการที่ผู้ร้องมิได้ขอรับชำระหนี้จำนองก่อนนำที่ดินจำนองออกขายทอดตลาดสิทธิที่ผู้ร้องที่จะได้รับเงินจากการขายทอดตลาดได้สิ้นสุดลงแล้วการกระทำของเจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นการประวิงการจ่ายเงินแก่โจทก์และผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ขอให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจ่ายเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดแก่โจทก์และผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ตามส่วน

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินโดยปลอดการจำนองก่อนที่ศาลมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ในฐานะผู้รับจำนองเป็นการไม่ชอบและการที่ผู้ร้องแถลงขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายที่ดินโดยปลอดการจำนองมิใช่เป็นการปลดจำนองสัญญาจำนองไม่ระงับผู้ร้องยังมีฐานะเป็นผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองก่อนโจทก์และผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ขอให้กันเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองชำระหนี้จำนองส่วนของผู้ร้องก่อน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์และผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์และผู้ร้องขอเฉลี่ยหนี้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่าผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองหมดสิทธิในเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินจำนองหรือไม่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 289 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง บัญญัติว่า"ถ้าบุคคลใดชอบที่จะบังคับการชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดไว้หรือชอบที่จะได้เงินที่ขายหรือจำหน่ายทรัพย์สินเหล่านั้นได้โดยอาศัยอำนาจแห่งการจำนองที่อาจบังคับได้ก็ดีหรืออาศัยอำนาจแห่งบุริมสิทธิ์ก็ดีบุคคลนั้นอาจยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีให้เอาเงินที่ได้มานั้นชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้อื่นๆตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในกรณีที่อาจบังคับเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองหลุดผู้รับจำนองจะมีคำขอดังกล่าวข้างต้นให้เอาทรัพย์สินซึ่งจำนองนั้นหลุดก็ได้

ในกรณีจำนองอสังหาริมทรัพย์หรือบุริมสิทธิเหนืออสังหาริมทรัพย์อันได้ไปจดทะเบียนไว้นั้นให้ยื่นคำร้องขอก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดส่วนในกรณีอื่นๆให้ยื่นคำร้องขอเสียก่อนส่งคำบอกกล่าวตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 319"

บทบัญญัติดังกล่าวในวรรคหนึ่งให้สิทธิแก่ผู้รับจำนองที่จะเลือกว่าให้นำทรัพย์สินจำนองออกขายโดยปลอดจำนองแล้วนำเงินที่ได้จากการขายมาชำระหนี้ตนก่อนเจ้าหนี้อื่นก็ได้แต่อย่างไรก็ตามหากผู้รับจำนองไม่ประสงค์จะใช้สิทธิบังคับจำนองก็อาจให้ขายทรัพย์นั้นโดยติดจำนองก็ได้เพราะการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิจำนองซึ่งผู้รับจำนองอาจร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287 และในกรณีจำนองอสังหาริมทรัพย์ วรรคสองของมาตรา 289 ได้บัญญัติให้ผู้รับจำนองยื่นคำร้องเสียก่อนเอาทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดทั้งนี้เพื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีจะได้ดำเนินการไปได้โดยถูกต้องตามเจตนาของผู้รับจำนองการที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับจำนองไม่ได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลก่อนเอาทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดจึงหาเป็นเหตุให้ผู้ร้องหมดสิทธิในฐานะผู้รับจำนองไปไม่ นอกจากนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 732 ยังได้บัญญัติไว้ด้วยว่าทรัพย์สินซึ่งจำนองขายทอดตลาดได้เงินเป็นจำนวนสุทธิเท่าใดให้จัดใช้แก่ผู้รับจำนองก่อนด้วย ฉะนั้นเมื่อเอาทรัพย์สินจำนองออกขายทอดตลาดโดยปลอดจำนองแล้วก็จำต้องชำระหนี้จำนองให้แก่ผู้ร้องในฐานะผู้รับจำนองก่อน ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นมาชอบแล้ว

พิพากษายืน

 

 

(จิระบุญพจนสุนทร-วินัยวิมลเศรษฐ-ชูชาติศรีแสง)

 

 




คำพิพากษาศาลฎีกาเฉพาะเรื่อง

อำนาจปกครอง,ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร
สิทธิผู้รับจำนอง
สิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่น
เพิกถอนหน้าที่ผู้จัดการทรัพย์สิน
ฟ้องเรียกค่าทดแทนโดยไม่ต้องฟ้องหย่า
การยินยอมและให้อภัย
สิทธิฟ้องเรียกเงินคืนผิดสัญญาจะซื้อขาย



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ ตั้งอยู่เลขที่ 34/159 หมู่ 8 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 ติดต่อทนายความ 085 960 4258 , 084 130 2058 สำนักงาน โทร. 02 -984 4258 แฟกซ์ 02 984 4204 สำหรับแผนที่การเดินทาง กรุณาคลิ๊กที่ "ที่ตั้งสำนักงาน" ด้านบนสุด ทนายความ ทนาย สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมายฟรี ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ