Set Default Page Add to Favorites Send This Page to FriendReadyPlanet.com
dot
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletเพิ่มเว็บไซต์
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletสำนัก ทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ




เรียกค่าขาดไร้อุปการะได้หรือไม่?

 

มีคำถามว่าบุตรนอกกฎหมายคือใคร และบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วตามความหมายของมาตรา 1627 นั้นในระหว่างบิดากับบุตรดังกล่าวที่เกิดจากมารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับบิดาจะมีสิทธิและหน้าที่ต่อกันอย่างไรนั้น มีคำตอบที่นี่   บุตรนอกกฎหมายก็คือบุตรที่เกิดจากมารดาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับบิดา ส่วนคำว่าบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วนั้น หมายถึงบุตรที่บิดาแจ้งในสูติบัตรว่าเป็นบุตรและอุปการะเลี้ยงดูให้การศึกษา กฎหมายกำหนดว่า  บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา หมายถึงเฉพาะบุตรชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ดังนั้นบุตรนอกกฎหมายก็ดี บิดานอกกฎหมายก็ดี ไม่มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน    ประเด็นต่อไปที่จะพูดถึงก็คือการเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากผู้กระทำละเมิดให้บิดานอกกฎหมายถึงแก่ความตาย ถามว่าบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วมีสิทธิรับมรดกของบิดาหรือไม่ ในเรื่องนี้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 บอกว่า   "ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย" คำว่าผู้สืบสันดานมีปรากฎในเรื่องทายาทโดยธรรมในการรับมรดก ดังนั้นบุตรนอกกฎหมายจึงมีสิทธิรับมรดกของบิดานอกกฎหมายได้เพราะกฎหมายให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีที่บิดานอกกฎหมายถูกผู้อื่นขับรถโดยประมาทชนบิดานอกกฎหมายเสียชีวิต บุตรนอกกฎหมายจะเรียกค่าขาดไร้อุปการะได้หรือไม่?? ตอบได้เลยว่า ฟ้องเรียกไม่ได้เพราะบิดานอกกฎหมายไม่มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรนอกกฎหมาย         

คำพิพากษาศาลฎีกาที่  1409/2548

          ป.พ.พ. มาตรา 443 วรรคสาม กำหนดให้ผู้กระทำละเมิดในกรณีทำให้เขาถึงตายรับผิดต่อบุคคลที่ต้องขาดไร้อุปการะเฉพาะที่ผู้ตายมีหน้าที่อุปการะตามกฎหมายเท่านั้น แต่มาตรา 1563 และมาตรา 1564 ที่บัญญัติให้บุตรและบิดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูกันนั้น หมายถึง บุตรและบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติกำหนดสิทธิและหน้าที่ให้บิดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรนอกกฎหมาย ดังนั้น แม้บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วจะเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกของบิดาได้ แต่ก็ไม่มีสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดา จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากผู้กระทำละเมิด
________________________________

          โจทก์ทั้งสามฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 และที่ 2 เป็นบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายพงษ์เทพ พัฒโนทัย ผู้ตาย โจทก์ที่ 3 เป็นบุตรของผู้ตายอันเกิดจากนางสมพิศ ชูติธวัช จำเลยเป็นเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 81 - 0304 นครสวรรค์ และเป็นนายจ้างหรือตัวการของบุคคลไม่ทราบชื่อซึ่งขับรถคันดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2542 เวลา 3.15 นาฬิกา ขณะที่นายพงษ์เทพนั่งโดยสารมาในรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บง - 1797 อุทัยธานี ซึ่งมีนายสมพงษ์ วงษ์รักษ์ เป็นผู้ขับ ไปตามถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลก มุ่งหน้าไปทางจังหวัดพิษณุโลก เมื่อถึงสะพานข้ามแม่น้ำปิง ตำบลวัดไทร อำเภอเมืองนครสวรรค์ มีรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 81 - 0304 นครสวรรค์ ซึ่งมีบุคคลไม่ทราบชื่อที่จำเลยจ้างวานให้ขับรถเป็นผู้ขับ แล่นมาจากทางจังหวัดพิษณุโลกมุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครสวรรค์ ในทางการที่จ้างของจำเลยด้วยความเร็วสูง และขับล้ำเส้นทางเข้ามาในช่องเดินรถของนายสมพงษ์ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง เป็นเหตุให้รถชนทำให้นายพงษ์เทพถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสามได้รับความเสียหาย คือโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ต้องขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูคิดเป็นเงิน 120,000 บาท โจทก์ที่ 3 ต้องขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูคิดเป็นเงิน 384,000 บาท โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการปลงศพ 61,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 565,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จำนวน 120,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 384,000 บาท และค่าปลงศพแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 จำนวน 61,000 บาท รวมเป็นเงิน 565,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

          จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 544,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 20 มีนาคม 2543) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท
          จำเลยอุทธรณ์

          ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 160,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 มีนาคม 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ยกฟ้องโจทก์ที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 3 กับจำเลยในศาลชั้นต้นให้เป็นพับค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
          โจทก์ที่ 3 ฎีกา

          ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งกันรับฟังเป็นที่ยุติได้ว่า โจทก์ที่ 3 เป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายพงษ์เทพ พัฒโนทัย ผู้เป็นบิดาได้รับรองแล้ว เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2542 ลูกจ้างของจำเลยขับรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 81 - 0304 นครสวรรค์ ไปในทางการที่จ้างของจำเลยด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ชนกับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน บง-1797 อุทัยธานีซึ่งมีนายพงษ์เทพโดยสารมาและนายพงษ์เทพถึงแก่ความตาย อันเป็นการกระทำละเมิดต่อนายพงษ์เทพ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ที่ 3 ว่า บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้ว ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 ให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกของผู้ตายได้ตามมาตรา 1629 (1) นั้นจะมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อละเมิดเพราะเหตุที่การตายลงนั้นทำให้ตนต้องขาดไร้อุปการะหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 443 วรรคสาม นั้น กำหนดให้ผู้กระทำละเมิดในกรณีทำให้เขาถึงตายรับผิดต่อบุคคลที่ต้องขาดไร้อุปการะเฉพาะที่ผู้ตายมีหน้าที่อุปการะตามกฎหมายเท่านั้น แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1563 และมาตรา 1564 บัญญัติให้บุตรและบิดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูกันนั้น หมายถึง บุตรและบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ไม่มีบทบัญญัติกำหนดสิทธิและหน้าที่ให้บิดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรนอกกฎหมายแต่ประการใด ดังนั้น แม้บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วจะเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดกของบิดาได้ แต่ก็ไม่มีสิทธิเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูจากบิดา บุตรนอกกฎหมายจึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าขาดไร้อุปการะจากผู้กระทำละเมิดให้บิดาตนถึงแก่ความตายได้ ปัญหาดังกล่าวเกี่ยวกับอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ให้การต่อสู้และมิได้ยกขึ้นอ้างในการยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ก็เห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

          พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
( สมชัย จึงประเสริฐ - พีรพล จันทร์สว่าง - บุญรอด ตันประเสริฐ )

มาตรา 443    ในกรณีทำให้เขาถึงตายนั้นค่าสินไหมทดแทนได้แก่ ค่าปลงศพรวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่นๆ อีกด้วย
(วรรค 2)ถ้ามิได้ตายในทันที ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงานนั้นด้วย
(วรรค 3)ถ้าว่าเหตุที่ตายลงนั้นทำให้บุคคลหนึ่งคนใดต้องขาดไร้อุปการะตามกฏหมายไปด้วยไซร้ ท่านว่าบุคคลคนนั้นชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
           มาตรา 1627 บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วและบุตรบุญธรรม นั้นให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามความ หมายแห่งประมวลกฎหมายนี้
มาตรา 1563 บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา

***   ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ ลีนนท์ 085 960 4258    http://www.lawyerleenont.com   ***
---   ค้นหาสำนักงานทนายความ คลิ๊กที่นี่ครับ   ---

 ______________________________________________________________

 

ค่าขาดไร้อุปการะไม่ระงับเพราะความตาย

ค่าขาดไร้อุปการะของโจทก์ที่ 1 เป็นค่าสินไหมทดแทนที่เป็นตัวเงินที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 จะต้องชำระทันทีที่เกิดการละเมิด สำหรับคดีนี้ โจทก์ที่ 1 จึงมีสิทธิได้รับนับแต่วันที่ภริยาของโจทก์ถึงแก่ความตาย การที่โจทก์ที่ 1 ถึงแก่ความตายในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นในเวลาต่อมานั้น หาทำให้ค่าสินไหมทดแทนจำนวนที่โจทก์ที่ 1 ฟ้องเรียกเป็นค่าขาดไร้อุปการะมาระงับไปไม่


       คำพิพากษาศาลฎีกาที่  7224/2539(อ่านเพิ่มเติมคลิ๊กที่นี่)




บิดามารดา กับ บุตร

รับสมอ้างว่าเป็นบุตรในการแจ้งเกิด article
บุตรจำต้องเลี้ยงดูบิดามารดา | ค่าขาดไร้อุปการะ
เรียกบุตรคืนจากสามีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
เปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครอง
การถอนอำนาจปกครอง
บุตรนอกกฎหมาย สิทธิประกันสังคม
บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรอง
ฟ้องบุพการี - คดีอุทลุม
บุตรไม่ชอบด้วยกฎหมายฟ้องบิดาไม่เป็นคดีอุทลุม
ค่าอุปการะเลี้ยงดูกับค่าเลี้ยงชีพ
การจดทะเบียนรับเด็กเป็นบุตร (เด็กและมารดาของเด็กถึงแก่ความตายแล้ว)
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร (คดีขาดอายุความ)
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร (บิดาปฏิเสธว่าเป็นบุตร)
การฟ้องคดีขอให้รับเด็กเป็นบุตร (บิดาถึงแก่ความตาย)



Copyright © 2011 All Rights Reserved.
สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ ตั้งอยู่เลขที่ 34/159 หมู่ 8 ตำบลบางตลาด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 ติดต่อทนายความ 085 960 4258 , 084 130 2058 สำนักงาน โทร. 02 -984 4258 แฟกซ์ 02 984 4204 สำหรับแผนที่การเดินทาง กรุณาคลิ๊กที่ "ที่ตั้งสำนักงาน" ด้านบนสุด ทนายความ ทนาย สำนักงานกฎหมาย สำนักงานทนายความ ปรึกษากฎหมายฟรี ปรึกษากฎหมาย ปรึกษาทนายความ