| ค่าอุปการะเลี้ยงดูกับค่าเลี้ยงชีพ ค่าอุปการะเลี้ยงดู,ค่าเลี้ยงชีพ,อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์
กฎหมายกำหนดให้สามีภริยามีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกันในขณะที่ยังเป็นสามีและภริยากัน มีหลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า ฝ่ายสามีมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูฝ่ายภริยาซึ่งหากตกลงสมัครใจจดทะเบียนหย่ากันแล้วฝ่ายหญิงก็จะ
เรียกค่าเลี้ยงดจากฝ่ายชายนั้น จริง ๆ แล้วคู่สมรสมีหน้าที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน แต่กฎหมายได้บัญญัติไว้เกี่ยวข้องกับเรื่องดักล่าวคือ หากสามีภริยาต้องหย่าขาดกัน แล้วทำให้คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งยากจนลง อีกฝ่ายต้องรับ
ผิดจ่ายค่ายเลี้ยงชีพ สำหรับค่าเลี้ยงชีพนี้จะจ่ายต่อเมื่อมีการหย่าขาดจากกัน
ค่าอุปการะเลี้ยงดู นั้นเป็นหน้าที่ของคู่สมรสที่จะต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่อุปการะเลี้ยงดูให้ตามหน้าที่ ฝ่ายที่ต้องได้รับค่าอุปการะเลี้ยงดูฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูได้ ตามที่ ป.พ.พ. มาตรา 1461 บัญญัติไว้
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ เป็นหน้าที่ของบิดามารดาชอบด้วยกฎหมายจะต้องช่วยกันอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรืออายุยังไม่ครบ 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งกฎหมายเรียกว่า ผู้เยาว์ ตาม ป.พ.พ.
มาตรา 1564 ไม่ว่าสามีภริยาจะได้หย่าขาดจากการเป็นสามีภริยาหรือไม่ก็ตาม หน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ก็ยังคงเป็นหน้าที่ของบิดามารดาจนกว่าบุตรจะได้พ้นจากภาวะผู้เยาว์เสียก่อน
สำหรับอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์นั้น หากได้ความว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหนีออกจากบ้านไปโดยละทิ้งไม่ดูแลให้ความช่วยเหลือบุตรผู้เยาว์มาโดยตลอดและให้อีกฝ่ายหนึ่งรับผิดชอบแต่เพียงฝ่ายเดียว แม้จะยังคงเป็นสามีภริยาต่อกันอยู่
หากความปรากฏต่อศาลจึงเป็นเหตุผลสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งให้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงฝ่ายเดียวได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1566 (5) ไม่ว่าจะได้หย่าขาดจากกันหรือไม่ (อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่1106/2550)
และเมื่อศาลมีคำสั่งให้ใครเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแล้ว ก็อาจสั่งให้อีกฝ่ายหนึ่งจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูแก่บุตรผู้เยาว์เป็นรายเดือนอีกได้ (อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6471/2548)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1461 สามีภริยาต้องอยู่กินด้วยกันฉันสามีภริยา สามีภริยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน
มาตรา 1564 บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควร แก่บุตรในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์บิดามารดาจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตร ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เฉพาะ ทุพพลภาพและหาเลี้ยงตนเองมิได้
มาตรา 1566 บุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องอยู่ใต้อำนาจปกครองของ บิดามารดาอำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดาในกรณีดังต่อไปนี้
(1) มารดาหรือบิดาตาย
(2) ไม่แน่นอนว่ามารดาหรือบิดามีชีวิตอยู่หรือตาย
(3) มารดาหรือบิดาถูกศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ ความสามารถ
(4) มารดาหรือบิดาต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพราะจิตฟั่นเฟือน
(5) ศาลสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับบิดาหรือมารดา
(6) บิดาและมารดาตกลงกันตามที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ให้ตกลงกันได้
|