ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



อ้างการครอบครองปรปักษ์แต่ไม่ได้ให้การให้ครบถ้วนว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของครบ 10 ปีแล้ว

สำนักงานทนายความ

-ปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.0859604258

-ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th 

-ปรึกษากฎหมายผ่านทางไลน์ ไอดีไลน์  ID LINE  :      leenont

การครอบครองปรปักษ์ต้องบรรยายให้ครบองค์ประกอบ

ในการอ้างสิทธิการครอบครองปรปักษ์ในที่ดินมีโฉนดของผู้อื่นได้นั้นจะต้องอ้างให้ครบองค์ประกอบตามที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ครบคือ ครอบครองโดยสงบและโดยเปิดเผย และที่สำคัญคือด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ในคดีนี้จำเลยต่อสู้อ้างการครอบครองปรปักษ์แต่ไม่ได้ให้การให้ครบถ้วนว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของครบ 10 ปีแล้ว

คำให้การว่าได้ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นจนได้กรรมสิทธิ์นั้นต้องให้การให้ครบถ้วน

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยที่ 3 ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทหรือไม่ **แต่จำเลยให้การอ้างแต่เพียงว่า ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและเปิดเผย โดยมิได้อ้างว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้วมาด้วยดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5415/2537

การให้การต่อสู้ว่าครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นจนได้กรรมสิทธิ์เป็นข้ออ้างที่เป็นการรอนสิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่น ดังนั้นข้ออ้างจะต้องชัดแจ้งตามเกณฑ์ที่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 กล่าวคือ นอกจากจะต้องอ้างว่าได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยแล้ว ยังจะต้องอ้างว่าโดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้วด้วย ถ้าทรัพย์สินนั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์ เมื่อจำเลยให้การแต่เพียงว่าได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและเปิดเผย โดยมิได้อ้างว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ จึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวในคดีการที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 3ได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทและปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนโจทก์มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นศาลฎีกาได้

โจทก์ทั้งสามฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน โฉนดเลขที่ 9046 โจทก์ทั้งสามเพิ่งทราบว่าจำเลยทั้งสามกับพวกได้บุกรุกเข้ามาปลูกตึกแถว เลขที่ 855/2ในที่ดินของโจทก์ทั้งสามเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2528 โจทก์ทั้งสามได้แจ้งให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป แต่จำเลยทั้งสามไม่ยอมรื้อถอน การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ทั้งสาม ทำให้โจทก์ทั้งสามไม่สามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินได้ซึ่งหากให้เช่า แล้วจะได้ค่าเช่าเดือนละ 4,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามรื้อถอนตึกแถวเลขที่ 855/2 กับสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆออกไปจากที่ดินดังกล่าวของโจทก์ทั้งสามพร้อมทั้งทำให้ที่ดินเป็นไปตามเดิม ให้จำเลยทั้งสามและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสาม ห้ามไม่ให้เกี่ยวข้องอีกต่อไป และร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามเป็นเงิน 22,000 บาท กับค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสามเป็นรายเดือนเดือนละ 4,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสามและบริวารจะรื้อถอนตึกแถวเลขที่ 855/2 กับสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสาม

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและจำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณา

จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ทำสัญญาซื้อขายตึกแถวเลขที่ 855/2 พร้อมที่ดินพิพาทจากนายเจริญ พรหมศร เมื่อวันที่17 มีนาคม 2517 ปรากฏตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1 ก่อนและขณะทำสัญญาซื้อขายนายเจริญแจ้งให้จำเลยที่ 3 ทราบว่ามิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ แต่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่พิพาทให้ปลูกสร้างตึกแถวเลขที่ 855/2 ในที่ดินและเจ้าของที่ดินได้สัญญากับผู้ขายว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อ จำเลยที่ 3 จึงทำสัญญาซื้อขายและได้ย้ายเข้าอยู่ในตึกแถวเลขที่ 855/2 นับแต่วันทำสัญญาโดยสงบและเปิดเผย โจทก์ทั้งสามไม่เคยบอกกล่าวให้จำเลยที่ 3รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป จำเลยที่ 3 ได้สิทธิตามสัญญาซื้อขายมาโดยสุจริตเสียค่าตอบแทน โจทก์ทั้งสามยินยอมโดยนิตินัยให้จำเลยที่ 3 เข้าอยู่อาศัยโดยเปิดเผย ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา ห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญเขตสถาปัตย์ ที่ 1นายเจริญ พรหมศร ที่ 2 ผู้ร้องสอดร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

     โจทก์ทั้งสามฎีกา
     ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาโจทก์ทั้งสามในข้อกฎหมายที่ว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยที่ 3 ได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาทหรือไม่เสียก่อน โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยทั้งสามบุกรุกเข้ามาปลูกตึกแถวเลขที่ 855/2 ในที่พิพาทซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ทั้งสาม ขอให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนตึกแถวห้องดังกล่าวออกไปจากที่พิพาท และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยที่ 3ให้การต่อสู้มีใจความเป็นสำคัญว่าจำเลยที่ 3 ไม่ได้บุกรุกที่พิพาทหากแต่จำเลยที่ 3 ซื้อตึกแถวเลขที่ 855/2 พร้อมที่พิพาทจากจำเลยร่วมที่ 2 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนโดยจำเลยร่วมที่ 2ได้รับอนุญาตจากเจ้าของที่ดินให้ปลูกสร้างตึกแถวดังกล่าวแล้วเจ้าของที่ดินให้สัญญาว่าจะโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทแก่ผู้ซื้อหลังจากซื้อแล้ว จำเลยที่ 3 ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบเปิดเผย ขอให้ยกฟ้องมีปัญหาว่าคำให้การของจำเลยที่ 3 ดังกล่าวถือได้หรือไม่ว่าจำเลยที่ 3ให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า การให้การต่อสู้ว่าครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นจนได้กรรมสิทธิ์เป็นข้ออ้างที่เป็นการรอนสิทธิในทรัพย์สินของผู้อื่น ดังนั้นข้ออ้างจะต้องชัดแจ้งตามเกณฑ์ที่ได้บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382ที่ว่าบุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ตามบทบัญญัติมาตราดังกล่าวซึ่งนอกจากจะต้องอ้างว่าได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยแล้วยังจะต้องอ้างว่าโดยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้วด้วย ถ้าทรัพย์สินนั้นเป็นอสังหาริมทรัพย์ แต่จำเลยให้การอ้างแต่เพียงว่า ได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและเปิดเผย โดยมิได้อ้างว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้วมาด้วยดังนี้ถือไม่ได้ว่าจำเลยให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าว จึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวนี้ในคดี ที่ศาลล่างทั้งสองฟังต้องกันว่าจำเลยที่ 3ได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 จึงเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นข้อพิพาท แม้โจทก์ทั้งสามจะมิได้ยกปัญหานี้ขึ้นมาในชั้นศาลอุทธรณ์ แต่ปัญหานี้เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์มีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นศาลฎีกาได้ ฎีกาโจทก์ทั้งสามฟังขึ้น สำหรับปัญหาตามฎีกาโจทก์ทั้งสามที่ว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนตึกแถวเลขที่ 855/2กับสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ออกไปจากที่ดินของโจทก์ทั้งสามหรือไม่และค่าเสียหายมีเพียงใดนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลทั้งสองวินิจฉัยเสียก่อน เนื่องจากผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองอาจเกี่ยวโยงไปถึงสิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาคดีนี้ต่อไปอีก"

พิพากษายกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

( นาม ยิ้มแย้ม - สุวรรณ ตระการพันธุ์ - สุรินทร์ นาควิเชียร )
หมายเหตุ
(1) คำให้การของจำเลยในคดีความถือได้ว่าเป็นการแสดงเจตนาอย่างหนึ่ง แม้จะไม่ถือว่าเป็นนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 149 และในการตีความแสดงเจตนาให้เพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษร (มาตรา 171)ก็ตาม แต่การแสดงเจตนาที่ได้แสดงออกก็ต้องครบถ้วนตรงกับเจตนาอันซ่อนเร้นอยู่ในใจของผู้แสดง (มาตรา 154)

(2) คำให้การของจำเลยในคดีนี้อ้างแต่เพียงว่าได้ครอบครองที่พิพาทโดยสงบและเปิดเผย มิได้อ้างว่าด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีแล้วมาด้วย ศาลฎีกาถือว่าจำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าได้ครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์ เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์เจตนาเป็นเจ้าของตลอดเวลาสิบปีด้วย

(3) แต่ที่ศาลฎีกาว่านอกจากจะต้องอ้างว่าได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยแล้ว ยังจะต้องอ้างว่าโดยเจตนาเป็นเจ้าของ ฯลฯ ด้วยนั้นแม้จะไม่อ้างถึงขนาด ดังนี้โดยอ้างแต่เพียงว่าได้ครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์ เมื่อตีความแสดงเจตนาโดยเพ่งเล็งถึงเจตนาอันแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำสำนวนหรือตัวอักษรตามมาตรา 171 ดังกล่าวแล้วก็พอถือได้ว่าได้อ้างว่าเจตนาเป็นเจ้าของเข้าหลักเกณฑ์ตามมาตรา 1382แล้ว เพราะการได้ครอบครองปรปักษ์ (adversarypossession) จนได้กรรมสิทธิ์ ก็หมายความว่าได้ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นจนได้กรรมสิทธิ์นั่นเอง

ไพจิตรปุญญพันธุ์
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1382 บุคคลใด ครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยสงบและโดยเปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้ กรรมสิทธิ์

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 142 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่ชี้ขาดคดีต้องตัดสินตามข้อหาในคำฟ้องทุกข้อ แต่ห้ามมิให้พิพากษาหรือคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง เว้นแต่
(1) ในคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ ให้พึงเข้าใจว่าเป็นประเภท เดียวกับฟ้องขอให้ขับไล่จำเลย ถ้าศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีเมื่อ ศาลเห็นสมควรศาลจะมีคำสั่งให้ขับไล่จำเลยก็ได้ คำสั่งเช่นว่านี้ให้ใช้ บังคับตลอดถึงวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของจำเลยที่อยู่บน อสังหาริมทรัพย์นั้น ซึ่งไม่สามารถแสดงอำนาจพิเศษให้ศาลเห็นได้
(2) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์ใด ๆ เป็นของตนทั้งหมด แต่พิจารณาได้ความว่าโจทก์ควรได้แต่ส่วนแบ่ง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ได้รับแต่ส่วนแบ่งนั้นก็ได้
(3) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงิน พร้อมด้วยดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยจนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้
(4) ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่าหรือค่าเสียหายอันต่อเนื่อง คำนวณถึงวันฟ้อง เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะพิพากษาให้ชำระค่าเช่าและค่าเสียหายเช่นว่านี้จนถึงวันที่ได้ชำระเสร็จตามคำพิพากษาก็ได้
(5) ในคดีที่อาจยกข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นอ้างได้นั้นเมื่อศาลเห็นสมควรศาลจะยกข้อเหล่านั้นขึ้นวินิจฉัยแล้วพิพากษาคดีไปก็ได้
(6) ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินพร้อมด้วยดอกเบี้ยซึ่งมิได้มีข้อตกลงกำหนดอัตราดอกเบี้ยกันไว้ เมื่อศาลเห็นสมควรโดยคำนึง ถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดี ศาลจะพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นกว่าที่โจทก์มีสิทธิได้รับตามกฎหมาย แต่ไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้องหรือวันอื่นหลังจากนั้นก็ได้

มาตรา 177 เมื่อได้ส่งหมายเรียกและคำฟ้องให้จำเลยแล้วให้จำเลย ทำคำให้การเป็นหนังสือยื่นต่อศาลภายในสิบห้าวัน

ให้จำเลยแสดงโดยชัดแจ้งในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธ ข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือแต่บางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น

จำเลยจะฟ้องแย้งมาในคำให้การก็ได้ แต่ถ้าฟ้องแย้งนั้นเป็นเรื่อง อื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมแล้ว ให้ศาลสั่งให้จำเลยฟ้องเป็นคดีต่างหาก

ให้ศาลตรวจดูคำให้การนั้นแล้วสั่งให้รับไว้ หรือให้คืนไป หรือสั่งไม่รับตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 18

บทบัญญัติแห่ง มาตรานี้ ให้ใช้บังคับแก่บุคคลภายนอกที่ถูกเรียก เข้ามาเป็นผู้ร้องสอดตาม มาตรา 57 (3) โดยอนุโลม

ปรึกษากฎหมาย  ปรึกษาทนายความ ลีนนท์  พงษ์ศิริสุวรรณ  โทร. 0859604258   *   www.lawyerleenont.com   *   สำนักงานกฎหมายพีศิริ ทนายความ

 




ครอบครองปรปักษ์/ภาระจำยอม/ทางจำเป็น

ฟ้องขอเปิดทางจำเป็นแต่ระหว่างพิจารณาคดีได้สิทธิภาระจำยอมแปลงอื่น
การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ไม่ใช่สิทธิเฉพาะตัวของผู้ครอบครอง
ครอบครองที่ดินโดยอาศัยสิทธิไม่บอกเปลี่ยนลักษณะแห่งการยึดถือไม่ได้กรรมสิทธิ์
ที่ดินตาบอดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่ไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ ขอเปิดทางจำเป็น
ภาระจำยอมคืออะไร? | การใช้ทางโดยไม่มีใครห้ามปรามและไม่ต้องรับอนุญาตจากใคร
การครอบครองปรปักษ์ ได้กรรมสิทธิ์แล้วไม่ได้จดทะเบียนการได้มา
การครอบครองปรปักษ์กับการนับเวลาการครอบครองต่อเนื่องต่อจากเจ้าของเดิม
การใช้ที่ดินข้างเคียงเป็นทางผ่านโดยถือวิสาสะไม่ได้ภาระจำยอม
ทางจำเป็นคืออะไร | เงินค่าทดแทนใช้ทาง
อำนาจฟ้องคดี ครอบครองปรปักษ์ที่ดินของตนเองไม่ได้
ครอบครองที่ดินมรดกตกทอดหาใช่การครอบครองปรปักษ์ในที่ดินของผู้อื่นไม่
ผู้รับโอนจะนับเวลาซึ่งผู้โอนครอบครองอยู่ก่อนนั้นรวมเข้ากับเวลาครอบครองของตนก็ได้
ทางจำเป็นเกิดขึ้นได้กี่วิธี -ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
คลองสาธารณะไม่ได้ใช้สัญจรไม่ทำให้สิ้นสภาพการเป็นทางสาธารณะได้
การโอนกรรมสิทธิ์ในระยะที่ดินถูกครอบครองปรปักษ์เป็นการกระทบสิทธิครอบครอง
อุทิศที่ดินให้กับทางราชการเพื่อสร้างถนนสาธารณะแล้วจะขอเรียกคืน
ทายาททำหนังสือยินยอมให้ใช้ทาง-ใช้ทางโดยอาศัยสิทธิไม่ได้สิทธิภาระจำยอม
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม
ขอเปิดทางจำเป็นจากที่ดินแบ่งแยก
ความแตกต่างของทางจำเป็นกับภาระจำยอม
เจ้าของที่ดิน น.ส. 3 ก ออกเอกสารสิทธิทับที่ดินมีโฉนดอ้างครอบครองปรปักษ์
ฟ้องขอให้เปิดทางจำแต่เจ้าของที่ดินแปลงอื่นตกลงจดภาระจำยอมให้
ได้กรรมสิทธิ์ตาม มาตรา 1382 เพราะเจ้าของสละแล้ว
ทางออกมีที่ชันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมากขวางอยู่ขอให้เปิดทางจำเป็นได้
ค่าทดแทนการใช้ทางถนนกว้าง 2.30 เมตร ยาวประมาณ 88 เมตร-1,000 บาทต่อเดือน
การครอบครองปรปักษ์ขาดตอนเมื่อเปลี่ยนเจ้าของ-การนับระยะเวลาครอบครองปรปักษ์
ใช้ทางโดยเข้าใจว่าทางเดินนั้นอยู่ในที่ดินของตนเองกว่า 10 ปี ได้ภาระจำยอม
ผู้ขายสละการครอบครอง ผู้ซื้ออ้างครอบครองปรปักษ์ได้
การใช้สิทธิวางท่อน้ำ,สายไฟฟ้าในที่ดินของผู้อื่น
ครอบครองโดยสำคัญผิดได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์หรือไม่?
ค่าทดแทนทางจำเป็นและท่อระบายน้ำสายไฟฟ้า
จดภาระจำยอมให้แค่เดินผ่านแต่ปลูกสร้างหลังคาและวางของขาย
เจ้าของที่ดินมีสิทธิสร้างแผงร้านค้าบนทางภาระจำยอมหรือไม่?
ภาระจำยอมที่เกิดจากการจัดสรรที่ดินขาย
ใช้ทางอย่างเป็นปรปักษ์กับใช้ทางเป็นการวิสาสะ
ยึดถือที่ดินเพื่อตนกับมีชื่อในทะเบียนสิทธิใดดีกว่า?
ตกเป็นภาระจำยอมแล้วจึงรับโอนมาทั้งสิทธิและหน้าที่
ภาระจำยอมหมดประโยชน์หรือไม่?
คนต่างด้าวครอบครองปรปักษ์ห้องชุด
ภาระจำยอมเป็นสิทธิในประเภทรอนสิทธิ
ครอบครองปรปักษ์ที่ดินที่ซื้อมาไม่จดทะเบียน
ตกอยู่ในภาระจำยอมตามประกาศคณะปฏิวัติฯ
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 3-(ต่อ)
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 2-(ต่อ)
เหตุตามกฎหมายทำให้ภาระจำยอมสิ้นไป
"ทางภาระจำยอม"ไม่ใช่ทางจำเป็น
ทางจำเป็นที่สิ้นความจำเป็นแล้ว
การครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์-การครอบครองอย่างเป็นเจ้าของ
การยึดถืออย่างสิทธิครอบครอง กับครอบครองเจตนาเป็นเจ้าของ
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภาระจำยอม 4-(ต่อ)