ReadyPlanet.com
dot
สำนักงานทนายความ
dot
bulletทนายความฟ้องหย่า
bulletรับฟ้องคดีแพ่ง/อาญา
dot
พระราชบัญญัติ
dot
bulletพระราชบัญญัติ
dot
ประมวลกฎหมาย
dot
bulletป.แพ่งและพาณิชย์
bulletป.อาญา
bulletป.วิอาญา
bulletป.วิแพ่ง
bulletป.กฎหมายที่ดิน
bulletป.รัษฎากร
dot
บทความเฉพาะเรื่อง
dot
bulletฟ้องหย่า
bulletนิติกรรม
bulletสัญญายอมความ
bulletคดีมรดก
bulletอายุความฟ้องร้องคดี
bulletครอบครองปรปักษ์
bulletเอกเทศสัญญา
bulletเกี่ยวกับแรงงาน
bulletเกี่ยวกับคดีอาญา
bulletคดียาเสพติดให้โทษ
bulletตั๋วเงินและเช็ค
bulletห้างหุ้นส่วน-บริษัท
bulletคำพิพากษาและคำสั่ง
bulletทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์
bulletอุทธรณ์ฎีกา
bulletเกี่ยวกับคดีล้มละลาย
bulletเกี่ยวกับวิแพ่ง
bulletเกี่ยวกับวิอาญา
bulletการบังคับคดี
bulletคดีจราจรทางบก
bulletการเล่นแชร์ แชร์ล้ม
bulletอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล
bulletมรรยาททนายความ
bulletถอนคืนการให้,เสน่หา
bulletข้อสอบเนติบัณฑิต
bulletคำพิพากษา 2550
bulletกรมบังคับคดี
dot
ลิงค์ต่าง ๆ
dot
bulletสืบค้นกฎหมาย
bulletสืบค้นคำพิพากษา
bulletทรัพย์สินทางปัญญา
bulletสำนักทนายความ
dot
Newsletter

dot
bulletวิชาชีพทนายความ


 



ทรัพย์สินระหว่างสามคนผัวเมีย-เจ้าของรวม-สมรสซ้อน

สำนักงานทนายความ

(ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย ติดต่อทนายความลีนนท์ พงษ์ศิริสุวรรณ โทร.085-9604258

ติดต่อทางอีเมล  : leenont0859604258@yahoo.co.th )

 

ทรัพย์สินระหว่างสามคนผัวเมีย-เจ้าของรวม-สมรสซ้อน
สามีจดทะเบียนกับภรรยาคนที่ 1 ห่างกัน 20 วัน ไปจดทะเบียนซ้อนกับภรรยาคนที่ 2 ทั้งสามคนอยู่กินฉันสามีภริยาในบ้านเดียวกันมานาน 20 ปี มีปัญหาว่าจะแบ่งทรัพย์สินกันอย่างไร?? การที่สามีและภรรยา 2 คน อยู่กินทำมาหาได้ร่วมกันได้ทรัพย์สินมาจนไม่สามารถแยกได้ว่าใครเป็นเจ้าของส่วนใด จึงต้องถือว่าเป็นเจ้าของร่วมกันทั้งสามคนต้องแบ่งทรัพย์สินเป็นสามส่วนเท่า ๆ กัน แต่ละคนมีสิทธิคนละหนึ่งส่วน
 
คำพิพากษาศาลฎีกาที่  6292/2554

 
          จำเลยที่ 1 จดทะเบียนสมรสกับทั้งโจทก์และจำเลยที่ 2 ในเวลาห่างกันเพียง 20 วัน และอยู่กินฉันสามีภริยาทั้งกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ในลักษณะเป็นครอบครัวเดียวกันมานานถึงประมาณ 20 ปี โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ ทรัพย์สินตามคำฟ้องที่โจทก์อ้างเป็นสินสมรสนั้น เป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างเวลาดังกล่าวโดยไม่อาจทราบได้ว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของคนละเท่าใด กรณีต้องสันนิษฐานว่าแต่ละคนมีส่วนเท่ากันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1357 จึงต้องแบ่งทรัพย์เป็นสามส่วนเท่าๆ กัน และมีสิทธิคนละหนึ่งส่วน
 
มาตรา 1357  ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน

มาตรา 1474  สินสมรสได้แก่ทรัพย์สิน
(1) ที่คู่สมรสได้มาระหว่างสมรส
(2) ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้มาระหว่างสมรสโดยพินัยกรรมหรือโดยการให้เป็นหนังสือเมื่อพินัยกรรมหรือหนังสือยกให้ระบุว่าเป็นสินสมรส
(3) ที่เป็นดอกผลของสินส่วนตัว
ถ้ากรณีเป็นที่สงสัยว่าทรัพย์สินอย่างหนึ่งเป็นสินสมรสหรือมิใช่ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส
________________________________
 
          โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้โจทก์และจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากกัน และให้แบ่งสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 หากไม่สามารถแบ่งสินสมรสได้ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงิน 71,846,120.22 บาท แก่โจทก์และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์คนละ 5,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000,000 บาท กับขอให้การสมรสระหว่างจำเลยทั้งสองเป็นโมฆะ
          จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง   

     
          ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์กับจำเลยที่ 1 หย่าขาดจากกันและให้การสมรสระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ตามทะเบียนสมรส สำนักทะเบียนอำเภอเมืองพะเยา เลขทะเบียนที่ 1435/16518 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2526 เป็นโมฆะ กับให้แบ่งทรัพย์สินและสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินโฉนดเลขที่ 7482 ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ออกเป็น 3 ส่วน เท่าๆ กัน โดยให้แบ่งให้โจทก์และจำเลยที่ 1 ฝ่ายละหนึ่งส่วนในฐานะสินสมรส ที่เหลืออีก 1 ส่วน เป็นของจำเลยที่ 2 ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม ถ้าการแบ่งเช่นนี้ไม่อาจกระทำได้หรือจะเสียหายมากนัก ให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง หรือขายทอดตลาด ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
          โจทก์อุทธรณ์


            ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินคนละ 2,500,000 บาท (สองล้านห้าแสนบาท) แก่โจทก์และให้แบ่งสินสมรสตามฟ้องโจทก์ข้อ 3 (1) ถึง 3 (27) ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 คนละส่วนเท่าๆ กัน ถ้าการแบ่งเช่นนี้ไม่อาจกระทำได้หรือจะเสียหายมากนัก ให้ขายโดยประมูลราคาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 หรือขายทอดตลาด ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองศาล โดยกำหนดค่าทนายความรวม 100,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
          จำเลยทั้งสองฎีกา


          ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าทรัพย์สินตามคำฟ้องเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงต้องแบ่งให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 1 คนละกึ่งหนึ่ง ส่วนจำเลยที่ 2 หากจะมีส่วนเป็นเจ้าของรวมกับจำเลยที่ 1 ในทรัพย์สินใดก็ต้องไปแบ่งกันเองระหว่างจำเลยทั้งสองนั้น ชอบแล้วหรือไม่ ทั้งนี้ เห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ยุติตามที่ได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 จดทะเบียนสมรสกับทั้งโจทก์และจำเลยที่ 2 ในเวลาห่างกันเพียง 20 วัน และอยู่กินฉันสามีภริยาทั้งกับโจทก์และจำเลยที่ 2 ในลักษณะเป็นครอบครัวเดียวกัน ทำมาหาได้ในธุรกิจของครอบครัวด้วยกันมานานถึงประมาณ 20 ปี โจทก์จึงมาฟ้องเป็นคดีนี้ ทรัพย์สินตาม คำฟ้องที่โจทก์อ้างเป็นสินสมรสนั้น เป็นทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างเวลาดังกล่าวโดยไม่อาจทราบได้ว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองมีส่วนเป็นเจ้าของคนละเท่าใด ดังนี้ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์สินตามคำฟ้องเป็นทรัพย์สินที่โจทก์และจำเลยทั้งสองทำมาหาได้ร่วมกัน โดยไม่มีข้อคำนึงว่าทรัพย์สินดังกล่าวรายการใดจะใส่ชื่อของผู้ใดเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ จึงให้แบ่งทรัพย์ออกเป็นสามส่วนเท่า ๆ กันนั้น มีเหตุผลรับฟังได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามาไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังขึ้น
          คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งในชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ
 
 
( พิศาล อัยยะวรากูล - นพวรรณ อินทรัมพรรย์ - วิกร อังคณาวิศัลย์ )
 
ศาลจังหวัดสมุทรปราการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นายปรเมศร บัณฑราภิวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว - นางวยุรี วัฒนวรลักษณ์
 


 




ทรัพย์สิน/กรรมสิทธิ์

สิทธิที่จะเรียกให้แบ่งที่ดินที่ตนเองเป็นเจ้าของรวม แม้มีข้อตกลงห้ามแบ่งแยก
สิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการฉ้อฉล แม้เจ้าหนี้ยังมิได้ฟ้องลูกหนี้
กรรมสิทธิ์รวมแม้ซื้อโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก็ไม่มีผลผูกพัน
การระวังแนวเขตรังวัดมีการชี้รุกล้ำที่ดินไม่เป็นเหตุเสียกรรมสิทธิ์
เพิกถอนนิติกรรมในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมใช้สิทธิติดตามเอาคืน
หนังสือยินยอมคู่สมรสปลอม , ผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน
เงินในบัญชีร่วมกันทำมาหากินไม่ได้จดทะเบียนสมรส
เจ้าของรวมจะเรียกให้แบ่งทรัพย์สินในเวลาที่ไม่เป็นโอกาสอันควรไม่ได้
เรียกโฉนดที่ดินคืนจากเจ้าหนี้เงินกู้ยืม โฉนดที่ดินเป็นประกันเงินกู้
สิทธิเหนือพื้นดินคืออะไร
ความเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมาย
ปลูกสร้างอาคารสูงปิดบังช่องแสงและทิศทางลม ความเสียหายเดือดร้อนเกินควร ละเมิด
ความเสียหายเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคิดหรือคาดหมาย
เพื่อยังความเสียหายหรือความเดือดร้อนให้สิ้นไป
เจ้าของรวมทำพินัยกรรมจำหน่ายส่วนของตน ความยินยอมจากภริยา
ความเดือดร้อนเกินกว่าที่ควรคาดหมาย เหตุอันควร ละเมิดเรียกค่าเสียหาย
สิทธิครอบครอง